เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา ชายชาวเกาหลีเหนือวัยประมาณ 30 ปีรายหนึ่งที่แปรพักตร์มาอาศัยอยู่ในเกาหลีใต้ ได้ก่อเหตุขโมยรถบัส และพยายามขับฝ่าชายแดนเพื่อกลับประเทศบ้านเกิด แต่ไม่สำเร็จ และถูกตำรวจควบคุมตัว
ชายคนดังกล่าว ซึ่งหลบหนีมายังเกาหลีใต้เมื่อปี 2011 ได้ขับรถพุ่งชนสิ่งกีดขวางบนสะพานใกล้ชายแดนที่มีกองกำลังทหารรักษาการณ์หนาแน่น โดยเพิกเฉยต่อคำเตือนของทหารขณะพยายามขับรถผ่านสะพานทงกิลในเมืองพาจู ทางใต้ของเขตปลอดทหาร (DMZ) ที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนาระหว่างสองเกาหลี
เจ้าหน้าที่สืบสวนรายหนึ่งกล่าวว่า “เขาใช้ชีวิตอยู่ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบากในฐานะคนงานก่อสร้าง และคิดถึงครอบครัวที่ยังอาศัยอยู่ที่เกาหลีเหนือ”
ผู้สืบสวนรายนี้กล่าวเสริมว่า ตำรวจกำลังพิจารณาตั้งข้อหาผู้ต้องสงสัยในข้อหาลักทรัพย์และละเมิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ
การข้ามแดนจากเกาหลีใต้ไปเกาหลีเหนือนั้นเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยสาเหตุเกิดจากการที่พวกเขาปรับตัวให้เข้ากับชีวิตในประเทศแบบประชาธิปไตยทุนนิยมไม่ได้ โดยกระทรวงการรวมชาติของเกาหลีใต้ระบุว่า ระหว่างปี 2012-2022 มีผู้แปรพักตร์หนีกลับไปเกาหลีเหนือที่ยืนยันได้ราว 30 คน และคาดว่ายังมีกรณีที่ไม่ได้รับการรายงานอีกมาก
ทั้งนี้ การที่มีชาวเกาหลีเหนือต้องการหนีกลับประเทศทำให้เกิดคำถามในสังคมเกาหลีใต้ว่า พวกเขาถูกปฏิบัติอย่างไรหรือเจอสถานการณ์อะไร จึงต้องการกลับไปยังประเทศเกาหลีเหนือ
เรียบเรียงจาก The Guardian
กินเจ 2567 วางแผน “44 อาหารเจ” คาว-หวาน หากินง่าย 9 วัน 9 คืน ไม่เบื่อ