เมื่อวันที่ 7 ต.ค. คณะกรรมการเพื่องบประมาณของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้เผยแพร่ผลการศึกษาจากการวิเคราะห์ของกลุ่มตรวจสอบล่าสุดในชุดการวิเคราะห์แผนของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีทั้งสองคือ คือ โดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับริกัน และ กมลา แฮร์ริส จากพรรคเดโมแครต หลังจากทั้งสองฝ่ายกำลังประกาศการให้คำมั่นสัญญาต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ที่อยู่อาศัย และการดูแลสุขภาพของประชาชนให้ถูกลง การสนับสนุนผู้ผลิต ไปจนถึงการลดหย่อนภาษีให้กับชาวอเมริกันหลายล้านคน
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอเหล่านี้มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และผู้สมัครทั้งสองคนยังไม่ได้ระบุวิธีการว่าจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างไร
จากการวิเคราะห์ครั้งใหม่พบว่า ไม่ว่า ทรัมป์ หรือแฮร์ริสจะชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ ต่างก็ส่งผลให้หนี้สาธารณะพุ่งสูงขึ้นหลายล้านล้านดอลลาร์ และจะกระทบการคลังของประเทศเป็นอย่างมาก
โดยแผนของแฮร์ริสจะเพิ่มนี้สาธารณะขึ้น 3.5 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงทศวรรษหน้า ในขณะที่นโยบายของทรัมป์จะทำให้หนี้พุ่งสูงขึ้น 7.5 ล้านล้านดอลลาร์
นักฟิสิกส์ควอนตัมพบเรื่องประหลาด ปรากฏการณ์ “เวลาติดลบ”
ซึ่งจากการประเมินพบว่า ทรัมป์จะสร้างหนี้สาธารณะมากกว่าแฮร์ริส 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
อย่างไรก็ตามการประเมินดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการและได้รับข้อมูลจากจากประกาศและเว็บไซต์หาเสียงอย่างเป็นทางการเท่านั้น เพราะทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้เสนอข้อเสนอรายละเอียดใดๆ ถึงนโยบายต่างๆที่จะทำ
อย่างไรก็ตามคณะกรรมการได้ประมาณการต้นทุนต่างๆ ในการวิเคราะห์เบื้องต้น โดยพบว่า มาตรการของแฮร์ริสอาจไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อหนี้ หรืออาจทำให้หนี้เพิ่มขึ้นเป็น 8.1 ล้านล้านดอลลาร์ และข้อเสนอของทรัมป์อาจทำให้หนี้พุ่งสูงขึ้นระหว่าง 1.5 ล้านล้านถึง 15.2 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ยังยากที่จะระบุได้ว่าชาวอเมริกันและบริษัทต่างๆ จะปรับตัวได้อย่างไร หากนโยบายเหล่านี้มีผลบังคับใช้ ซึ่งเกือบทั้งหมดต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภา