พายุเฮอริเคน “มิลตัน” เป็นหนึ่งในพายุที่สร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศ เจ้าหน้าที่ และประชาชนชาวฟลอริดามากที่สุด เพราะมันเพิ่งก่อตัวเป็นพายุโซนร้อนในวันที่ 5 ต.ค. แต่เพียง 1 วัน มันกลับกลายเป็นพายุเฮอริเคนระดับ 5 ได้อย่างรวดเร็ว เกินกว่าการคาดการณ์ว่ามันจะเป็นเพียงพายุเฮอริเคนระดับ 3
กรมอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของสหรัฐฯ ระบุว่า มิลตันเป็นพายุในมหาสมุทรแอตแลนติกที่ระดับความรุนแรงเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า วิกฤตสภาพอากาศกำลังทำให้พายุรุนแรงยิ่งขึ้น
โดยมิลตันเปลี่ยนจากพายุโซนร้อนเป็นพายุเฮอริเคนระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับที่รุนแรงที่สุดด้วยความเร็วลม 290 กม./ชม. ขณะที่พัดผ่านอ่าวเม็กซิโกเข้าสู่ใจกลางฟลอริดา
ฮิซบอลเลาะห์ ยิงจรวดกว่า 100 ลูกถล่มทางตอนเหนืออิสราเอล
หลังก่อตัว พายุได้เกิด “การทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็ว” (Rapid Intensification) ซึ่งก็คือเมื่อพายุมีความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 56 กม./ชม. ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง แต่พายุมิลตันได้ทำลายมาตรฐานนี้ลง โดยเร่งความเร็วขึ้นถึง 145 กม./ชม. ในเวลาประมาณ 25 ชั่วโมง
สิ่งนี้ทำให้เกิดพายุเฮอริเคนที่รุนแรงที่สุดลูกหนึ่งที่เคยคุกคามสหรัฐอเมริกา แม้ว่าพายุมิลตันจะลดความรุนแรงลงเล็กน้อยเหลือระดับ 4 แล้ว แต่ประชาชนยังคงตั้งตัวไม่ติด เพราะเพิ่งผ่านพ้นการรับมือพายุเฮอริเคนเฮลีนมาหมาด ๆ
โนอาห์ เบอร์เกรน นักอุตุนิยมวิทยาจากฟลอริดากล่าวว่า “พายุเฮอริเคนลูกนี้กำลังเข้าใกล้ขีดจำกัดทางคณิตศาสตร์ของสิ่งที่ชั้นบรรยากาศของโลกเหนือน้ำทะเลสามารถสร้างขึ้นมาได้”
เมื่อพายุเฮอริเคนก่อตัว ความรุนแรงของพายุจะถูกกำหนดโดยปัจจัยหลายประการ เช่น พายุฝนฟ้าคะนองและลมเฉือน ซึ่งสามารถรบกวนการจัดระเบียบของพายุได้
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญในการทำให้ความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วคือปริมาณความร้อนในมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศ อากาศและน้ำที่ร้อนขึ้นจะส่งผลให้พายุมีพลังงานมากขึ้น ทำให้พายุหมุนเร็วขึ้นและเกิดความชื้นมากขึ้น ซึ่งจากนั้นจะพัดพาเอาฝนที่ตกหนักมาสู่ชุมชน ทำให้เกิดน้ำท่วม
สิ่งสำคัญคือ อ่าวเม็กซิโกมีอุณหภูมิที่ทำลายสถิติตลอดทั้งปีนี้ โดยน้ำในอ่าวเม็กซิโกเทียบได้กับอ่างอาบน้ำในช่วงฤดูร้อน แกนกลางของอ่าวเม็กซิโกกำลังเคลื่อนผ่านน้ำที่อุ่นเป็นพิเศษ โดยมีอุณหภูมิร้อนกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงนี้ของปีประมาณ 2-3 องศาเซลเซียส พายุมิลตันเองก็ถูกความร้อนที่มากเกินไปเร่งให้รุนแรงเร็วขึ้น
แม้ว่าพายุเฮอริเคนจะก่อตัวขึ้นในแอตแลนติกเสมอมา แต่บรรดานักวิทยาศาสตร์ยืนยันชัดเจนว่า ภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลมีแนวโน้มที่จะทำให้พายุเกิดเร็วขึ้น รุนแรงขึ้น และชื้นขึ้น
การศึกษาที่ตีพิมพ์เมื่อปีที่แล้วพบว่า พายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแอตแลนติกมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้นประมาณ 29% เมื่อเทียบกับช่วงระหว่างปี 1971-1990
การวิจัยอีกชิ้นพบว่า ความแปรปรวนตามธรรมชาติเพียงอย่างเดียวไม่สามารถอธิบายการเพิ่มขึ้นของพายุที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วได้ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงบทบาทของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
คาดว่าพายุมิลตันจะพัดขึ้นฝั่งบริเวณชายฝั่งอ่าวตอนกลางของรัฐฟลอริดาในช่วงค่ำวันที่ 9 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น
เรียบเรียงจาก The Guardian