อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการรกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ด้านตะวันออกกลาง ดานา สตรูล ออกมาระบุว่า หากอิหร่านและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ลงมือโจมตีอิสราเอลพร้อม ๆ กัน ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอลจะต้องทำงานอย่างหนัก
โดยปริมาณเครื่องกระสุนนับเป็นปัญหาสำคัญ เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่สามารถรักษาระดับการสนับสนุนด้านอาวุธให้ทั้งอิสราเอลและยูเครนในเวลาเดียวกันได้อย่างต่อเนื่อง
สอดคล้องกับการเปิดเผยของ รัฐมนตรีว่าการทบวงกองทัพบกสหรัฐฯ คริสตีน วอร์มุธ ที่เปิดเผยว่าปริมาณเครื่องกระสุนสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศและปืนใหญ่อยู่ในสภาวะตึงตัวในระดับมากที่สุด ทำให้ต้องพยายามใช้งานอย่างมีวินัย และได้แจ้งข้อมูลที่จำเป็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลอยด์ ออสติน เพื่อให้การประเมินผลกระทบต่อขีดความสามารถทางการทหารของประเทศเป็นไปอย่างแม่นยำ
ขณะที่ อัสซาฟ โอไรออน อดีตนายทหารยศพัลจัตวาของกองทัพอิสราเอล ที่วิเคราะห์ว่าอิสราเอลยังไม่เผชิญกับบททดสอบที่แท้จริง จากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งยังใช้ศักยภาพในการโจมตีไม่เต็มที่
“ธเนตร วงษา” ยันรู้จัก “บอสพอล” 7 ปี แต่ไม่เกี่ยวดิไอคอน ให้กำลังใจน้องพอลสู้ๆ
โดยโอไรออน ประเมินว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์สามารถยิงจรวดได้สูงสุดวันละ 2,000 ลูก แต่จำนวนจรวดที่กลุ่มติดอาวุธดังกล่าวใช้โจมตีอิสราเอลในปัจจุบันอยู่ในระดับไม่กี่ี้ร้อยลูกต่อวัน ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล ที่สามารถลดขีดความสามารถของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ถดถอยลงไป
อย่างไรก็ตาม โอไรออน เชื่อว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ยังมีปริมาณยุทโธกรณ์เหลือมากพอที่จะใช้ตอบโต้อิสราเอลอย่างหนักหน่วง
ขณะที่เมื่อวันที่ 15 ต.ค. สหรัฐฯ ส่งจดหมายถึงรัฐบาลอิสราเอล ขู่ตัดความช่วยเหลือทางทหารบางส่วน หากอิสราเอลไม่ขยายการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในกาซาให้มากขึ้น ภายในเวลา 30 วัน
โดยความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ เกิดขึ้นในขณะที่การโจมตีของอิสราเอลในภาคเหนือกาซา ทำให้พลเรือนจำนวนมากถูกบังคับให้พลัดถิ่นลงใต้อีกครั้ง
จดหมายดังกล่าว ถูกส่งเมื่อ 2 วันก่อน โดย ระบุว่า สหรัฐฯ มีความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมที่เลวร้ายลงในกาซา พร้อมทั้งวิจารณ์การกระทำของอิสราเอล ในเดือน ก.ย.ที่ปฏิเสธหรือขัดขวาง ความเคลื่อนไหวเพื่อมนุษยธรรมระหว่างภาคเหนือและใต้ของกาซาและการออกคำสั่งบังคับให้ประชาชน 1.7 ล้านคนไปรวบตัวกันอยู่ในพื้นที่แคบๆ บริเวณชายฝั่ง ทำให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อโรคระบาดที่เป็นอันตรายถึงชีวิต
โดยสหรัฐฯเรียกร้องให้อิสราเอล ยุติการตัดขาดภาคเหนือของกาซาจากโลกภายนอก ด้วยการสัญญาอีกครั้งว่า รัฐบาลอิสราเอลจะไม่มีนโยบายบังคับอพยพประชาชนจากเหนือลงใต้อีก
ส่วนสถานการณ์สู้รบในฉนวนกา เมื่อวันที่ 15 ต.ค. เปิดเผยว่ากองกำลังป้องกันอิสราเอล หรือ IDF ได้เปิดเผยภาพการตรวจยึดอาวุธจำนวนมาก ในสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งถูกระบุว่าเป็นคลินิก ที่บริหารโดย สำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ หรือ UNRWA
กองทัพอิสราเอลระบุว่า คลินิกดังกล่าว อยู่ในเมืองจาบาเลีย ทางเหนือของฉนวนกาซา ถูกเปลี่ยนเป็นคลังเก็บอาวุธและที่ซ่อนตัวของผู้ก่อการร้าย ซึ่งซ่อนตัวอยู่ภายในและยิงอาวุธเข้าใส่ทหารอิสราเอล โดยหลังจากกำจัดผู้ก่อการร้ายกลุ่มนี้ได้แล้ว กลับเกิดระเบิดตามมา บ่งชี้ว่า มีอาวุธซ่อนอยู่ภายในคลินิก