เป็นประเด็นถกเถียงในสังคมสหรัฐฯ สำหรับ “อีลอน มัสก์” นักธุรกิจชื่อดัง ที่ประกาศบนเวทีหาเสียงช่วยอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เมืองแฮริสเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่าจะมอบเงินรางวัลสูงสุด 1 ล้านดอลลาร์ หรือราว 33 ล้านบาทเป็นประจำทุกวันไปจนถึงวันเลือกตั้ง 5 พ.ย.นี้ ให้กับผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งในรัฐเพนซิลวาเนียที่ร่วมลงนามในคำร้องปกป้องรัฐธรรมณูญฉบับแก้ไขที่ 1 และ 2 ซึ่งรับประกันเสรีภาพในการแสดงออกและครอบครองอาวุธปืน
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการด้านกฎหมายของสหรัฐฯ กลับมองว่าพฤติกรรมการเสนอเงินเพื่อให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลงนามในคำร้องดังกล่าวถือว่ามีความสุ่มเสี่ยง แต่ก็ไม่เข้าข่ายผิดกฎหมายแต่อย่างใด
พอล ชิฟ เบอร์แมน ศาสตราจารย์ด้านกฎหมาย วอลเตอร์ เอส. ค็อกซ์ แห่งมหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน ให้ความเห็นว่า ข้อเสนอของอีลอน มัสก์ มีแนวโน้มเข้าข่ายผิดกฎหมาย เนื่องจากประมวลกฎหมายการเลือกตั้งของสหรัฐฯ ระบุว่า ใครก็ตามที่จ่ายหรือเสนอที่จะจ่ายหรือยอมรับเงินเพื่อลงทะเบียน ลงคะแนนเสียง หรือเพื่อลงคะแนนเสียง อาจถูกปรับ 10,000 ดอลลาร์ หรือจำคุก 5 ปี
ทั้งนี้ ข้อเสนอของเขาเปิดให้เฉพาะผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ลงทะเบียนแล้วเท่านั้น และหากเงินที่แจกเข้ากระเป๋าคนที่ลงทะเบียนแล้ว ดังนั้นจึงคิดว่าข้อเสนอของเขาขัดต่อบทบัญญัติข้อนี้
ด้าน แบรด สมิธ นักกฎหมาย ให้ความเห็นว่า การแจกเงินดังกล่าวเรียกได้ว่าเป็น “พื้นที่สีเทา” แต่ก็ไม่ได้ใกล้เคียงว่าจะผิดกฎหมาย อีลอน มัสก์ ไม่ได้จ่ายเงินเพื่อให้ผู้คนมาลงคะแนนเสียง เขาแค่จ่ายเงินเพื่อให้ผู้คนลงนามในคำร้อง และจ่ายให้เฉพาะคนที่ลงคงแนนเสียงแล้วเท่านั้น ดังนั้นตนจึงมองว่าไม่มีปัญหาอะไร
อาหารบำรุงเลือด สำหรับผู้ต้องการบริจาคโลหิต ป้องกันขาดธาตุเหล็ก
ขณะที่ ไมเคิล คัง ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายการเลือกตั้งจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น ชี้ว่า สิ่งที่สำคัญในเรื่องนี้คือ บริบท เนื่องจากหากวิเคราะห์ตามเนื้อผ้าแล้วไม่มีส่วนไหนที่ผิดกฎหมาย แต่เมื่อนำมารวมกับบริบทแล้ว เห็นได้ชัดว่าการแจกเงินของอีลอน มัสก์ เป็นกิจกรรมที่ชักจูงให้ผู้คนลงทะเบียน เพื่อร่วมลงนามในคำร้องดังกล่าว ซึ่งสิ่งนี้เป็นปัญหาในทางกฎหมาย
ส่วน เจเรมี พอล ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์น มองว่า อีลอนมัสก์ กำลังใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทางกฎหมาย แม้หลายฝ่ายจะมองว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย แต่กิจกรรมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายโดยเฉพาะ และเชื่อว่าจะทำให้เป็นเรื่องที่ยุ่งยากในศาลหากมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น
ทั้งนี้ การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2024 กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 5 พ.ย. นี้ โดยผู้ที่สามารถลงคะแนนเสียงโหวตได้จะต้องเป็นพลเมืองสหรัฐฯ รวมถึงพลเมืองสหรัฐฯ ที่อาศัยอยู่นอกสหรัฐฯ
ส่วนผู้ที่ไม่ใช่พลเมือง ไม่ว่าอยู่มานานแค่ไหนก็ตาม จะไม่มีสิทธิ มีเพียงบางพื้นที่เท่านั้นที่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ แต่การเลือกตั้งระดับชาตินี้ไม่สามารถทำได้
ที่มา: BBC