เว็บไซต์รัฐบาลยูเครนเปิดเผยว่า ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ได้ลงนามรับรองกฎหมายฉบับใหม่ที่อนุญาตให้ทหารรับจ้างต่างชาติสามารถรับราชการในกองทัพของประเทศได้ หลังจากรัฐสภาเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 และ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา
ความเปลี่ยนแปลงสำคัญภายใต้กฎหมายฉบับนีัคือการอนุญาตให้ชาวต่างชาติที่มีสัญญาทำงานกับกองทัพยูเครนสามารถดำรงตำแหน่งระดับผู้บัญชาการได้ ไม่ว่าจะถือสัญชาติของประเทศใดก็ตาม
โดยระหว่างกระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนของรัฐสภา สมาชิกคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคง การป้องกันประเทศ และกลาโหม ชี้แจงว่าขณะนี้กำลังเกิดสภาวะขาดแคลนนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาและมีอดีตนายทหารจากหลายประเทศที่ให้ความสนใจในการร่วมงานกับกองทัพยูเครน
10 ขนมขบเคี้ยวสุดเฮลท์ตี้ อร่อยด้วยแถมช่วยชะลอวัยด้วย
ความเคลื่อนไหวนี้ยังเกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่ประธานาธาธิบดีเซเลนสกีเปิดเผยข้อมูลข่าวกรองที่ประเมินว่า รัสเซียจะเริ่มส่งกำลังทหารเกาหลีเหนือชุดแรกเข้าสู่สนามรบภายในวันที่ 27-28 ต.ค. นี้ ซึ่งจะเป็นการยกระดับความขัดแย้งอย่างชัดเจน
ขณะที่ก่อนหน้านี้ในเดือน มี.ค. กระทรวงกลาโหมรัสเซียเปิดเผยว่า นับตั้งสงครามในยูเครนเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือน ก.พ. 2022 มีทหารรับจ้างต่างชาติอย่างน้อย 13,387 นายที่เดินทางเข้าสู่สนามรบเพื่อสนับสนุนฝ่ายยูเครน ในจำนวนนี้เสียชีวิตไปแล้ว 5,962 นาย
โดยประเทศต้นทางที่มีทหารรับจ้างมากที่สุดคือโปแลนด์ เพื่อนบ้านทางทางตะวันตกของยูเครน ซึ่งรัสเซียพบว่ามีนักรบสัญชาติโปแลนด์ในยูเครนมากถึง 2,960 นาย และเสียชีวิตไปแล้ว 1,497 นาย
ตามด้วยสหรัฐฯ ซึ่งทีทหารรับจ้างเดินทางมาร่วมรบ 1,113 นาย และเสียชีวิตไปแล้ว 491 นาย ส่วนทหารรับจ้างที่เหลือส่วนใหญ่มาจากแคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส โครเอเชีย โรมาเนีย และ จอร์เจีย
ส่วนความคืบหน้าสถานการณ์สู้รบในยูเครน กระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานว่ากองทัพสามารถยึดพื้นที่ได้อีก 3 แห่งในภูมิภาคโดเน็ตสก์ โดยเป้าหมายของการโจมตียังเป็นรถถัง ยานยนต์หุ้มเกราะ คลังกระสุน สถานที่เกฌบเชื้อเพลิง รวมถึง ที่ตั้งของทหารรับจ้างต่างชาติ และทหารยูเครน
นอกจากนี้ รายงานของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ยังอ้างว่ายูเครนได้สูญเสียทหารเพิ่มอีก 300 นาย จากการสู้รบในภูมิภาคเคิร์สก์ ของรัสเซีย