เมื่อวันที่ 28 ต.ค. กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน กล่าวว่า สหรัฐฯ จะไม่กำหนดข้อจำกัดการใช้อาวุธของสหรัฐฯ ที่ส่งให้ยูเครนอีกต่อไป หากทหารเกาหลีเหนือเข้าร่วมการสู้รบสงครามรัสเซีย-ยูเครน
ซาบรินา ซิงห์ โฆษกเพนตากอนบอกว่า “ทหารบางส่วนได้เคลื่อนพลเข้าใกล้ยูเครนแล้ว และเรากังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่ารัสเซียตั้งใจจะใช้ทหารเหล่านี้ในการสู้รบหรือสนับสนุนปฏิบัติการรบกับกองกำลังยูเครนในภูมิภาคเคิร์สก์ของรัสเซียใกล้ชายแดนยูเครน”
ก่อนหน้านี้เพนตากอนประเมินว่า ทหารเกาหลีเหนือราว 10,000 นายถูกส่งไปประจำการที่รัสเซียตะวันออกเพื่อฝึกซ้อม
แต่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะยืนยันว่ากองกำลังเกาหลีเหนืออยู่ในเคิร์สก์แล้วหรือไม่ ซิงห์บอกว่า “มีแนวโน้มว่าพวกเขากำลังเคลื่อนพลไปในทิศทางนั้นไปยังเคิร์สก์ แต่เรายังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม”
เปิดประวัติ 4 ตัวเต็งกุนซือใหม่ แมนยู ชาบี กับ อโมริม น่าจับตา
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะอนุมัติคำร้องขอของยูเครนที่ต้องการใช้อาวุธสหรัฐฯ โจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซีย และยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า การยกเลิกข้อจำกัดบางอย่างนี้ จะรวมถึงการอนุญาตให้ยูเครนโจมตีเข้าไปในรัสเซียด้วยหรือไม่
ด้าน อันดรี ซิบีฮา รัฐมนตรีต่างประเทศของยูเครน กล่าวว่า ยูเครนได้เตือนเกี่ยวกับการเคลื่อนพลของเกาหลีเหนือมาหลายสัปดาห์แล้ว และกล่าวหาพันธมิตรตะวันตกว่าล้มเหลวในการตอบโต้อย่างแข็งกร้าว
เขาบอกว่า “ประเด็นสำคัญคือ รับฟังยูเครน ทางออกคือ ยกเลิกข้อจำกัดในการโจมตีเข้าไปในรัสเซียทันที”
ขณะที่กลุ่มพันธมิตรทางทหารนาโต (NATO) ระบุว่า หน่วยทหารเกาหลีเหนือได้ถูกส่งไปประจำการที่ภูมิภาคเคิร์สก์ของรัสเซียแล้ว
มาร์ก รุตเต เลขาธิการนาโตกล่าวว่า “ความร่วมมือทางทหารที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นระหว่างรัสเซียและเกาหลีเหนือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงทั้งในอินโด-แปซิฟิกและยูโร-แอตแลนติก”
ในตอนแรกรัฐบาลรัสเซียปฏิเสธรายงานเกี่ยวกับทหารเกาหลีเหนือว่าเป็น “ข่าวปลอม” แต่เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ไม่ได้ปฏิเสธว่าทหารเกาหลีเหนืออยู่ในรัสเซีย และกล่าวว่าเป็นเรื่องของรัสเซียว่าจะปฏิบัติตามสนธิสัญญาความร่วมมือกับเกาหลีเหนืออย่างไร
เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศของเกาหลีเหนือไม่ได้ยืนยันรายงานของสื่อเกี่ยวกับการส่งทหารไปยังรัสเซีย แต่กล่าวว่าหากเกาหลีเหนือดำเนินการดังกล่าว ก็เชื่อว่าจะเป็นไปตามบรรทัดฐานระหว่างประเทศ
เรียบเรียงจาก Reuters