ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทั้ง 2 ผู้สมัครต่างทุ่มสรรพกำลัง ลงพื้นที่หาเสียงในรัฐสำคัญ ที่เรียกกันว่า "สวิงสเตท" (Swing state) หรือ "แบตเทิลกราวด์ สเตท" (Battleground state) ซึ่งเป็นรัฐที่มีการขับเคี่ยวกันอย่างสูสี เพราะไม่ได้เป็นฐานเสียงของพรรคใดพรรคหนึ่งอย่างชัดเจน ผู้สมัครจึงยังมีโอกาสแย่งชิงคะแนนจากรัฐเหล่านี้มาครองได้
1.แอริโซนา (Arizona)
รัฐแอริโซนาส่งให้โจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2020 ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1990 ที่ประชาชนรัฐนี้ลงคะแนนให้ผู้สมัครจากเดโมแครต โดยเป็นการชนะแบบเฉียดฉิว ด้วยคะแนนส่วนต่างหลักหมื่น
รัฐแอริโซนา มีพรมแดนติดกับประเทศเม็กซิโกเป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร และเป็นจุดที่จะมีการถกเถียงกันเรื่องนโยบายคนเข้าเมือง
ข้อมูลชี้ว่า จำนวนผู้ลักลอบเข้าเมืองพุ่งทุบสถิติ นับตั้งแต่ไบเดนเข้ารับตำแหน่ง แต่จำนวนคนข้ามแดนลดลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และไบเดนเองก็ปรับท่าที ประกาศลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารให้ระงับการขอเข้าประเทศ หากปริมาณคนเข้าเมืองพุ่งเกินโควตาที่กำหนด
ทรัมป์เองโจมตีสถิติการลักลอบเข้าเมืองของรัฐบาลไบเดนอย่างต่อเนื่อง และรับปากจะดำเนินมาตรการส่งกลับผู้อพยพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ หากได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง
นอกจากเรื่องผู้อพยพ แอริโซนายังมีประเด็นขัดแย้งเรื่องสิทธิในการทำแท้ง หลังจาก สส.รีพับลิกันของรัฐแอริโซนา พยายามผลักดันให้นำคำสั่งแบนการทำแท้งเกือบทุกกรณี ที่มีอายุเก่าแก่ 160 ปี กลับมาใช้อีกครั้ง
ประเด็นนี้ยิ่งเป็นที่ถกเถียง และปลุกให้เกิดการประท้วงไปทั่วประเทศ หลังจากในปี 2022 ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำตัดสินให้ตัดสิทธิผู้หญิงในการทำแท้ง ซึ่งถือเป็นการล้มล้างคำพิพากษาคดีทำแท้งประวัติศาสตร์ ที่เกิดขึ้นเมื่อเกือบ 50 ปีที่แล้ว
เปิดประวัติ 4 ตัวเต็งกุนซือใหม่ แมนยู ชาบี กับ อโมริม น่าจับตา
2.จอร์เจีย (Georgia)
จอร์เจียเป็น 1 ใน 4 รัฐ ที่อดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์โดนตั้งข้อหาพยายามแทรกแซงผลการเลือกตั้ง เมื่อปี 2020 โดยจากเอกสารคำฟ้อง ทรัมป์และพวกอีก 18 คน ถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดกัน พยายามล้มผลการเลือกตั้งในรัฐดังกล่าว ซึ่งเขาแพ้ให้กับประธานาธิบดี โจ ไบเดน ไปเพียงเล็กน้อย
ฝั่งทรัมป์ยืนกรานปฏิเสธ และคาดการณ์ว่าคดีนี้ไม่น่าจะได้เปิดการไต่สวนในศาลก่อนถึงวันเลือกตั้ง
รัฐจอร์เจียมีสัดส่วนชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน 33% ซึ่งสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ และนี่น่าจะเป็นปัจจัยที่ส่งให้ไบเดนพลิกชนะในรัฐนี้ เมื่อปี 2020 อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ไบเดนจะประกาศถอนตัว ความนิยมของเขาในบรรดาคนกลุ่มนี้เริ่มลดลง เพราะหลายคนไม่พอใจที่รัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจและความไม่ยุติธรรมทางเชื้อชาติได้ แต่ทีมหาเสียงของรองประธานาธิบดี กมลา แฮร์ริส หวังว่าการเปลี่ยนตัวผู้สมัครจะช่วยรักษาความนิยมไว้ได้
3.มิชิแกน (Michigan)
มิชิแกน ที่ตั้งทะเลสาบทั้ง 5 หรือ เกรตเลกส์ เลือกผู้สมัครที่เป็นผู้ชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดี 2 ครั้งหลังสุด คือ เลือกทรัมป์ในปี 2016 และเลือกไบเดนในปี 2020
แม้ว่าก่อนหน้านี้ จะสนับสนุนไบเดน แต่ขณะนี้ มิชิแกนกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านในระดับประเทศ เรื่องที่ไบเดนสนับสนุนอิสราเอลในการทำสงครามกับกาซา
ระหว่างการเลือกตั้งขั้นต้นแบบไพรมารีของพรรคเดโมแครต ที่รัฐมิชิแกน เมื่อเดือน ก.พ. มีฐานเสียงของเดโมแครตมากกว่า 1 แสนคน ที่กาช่อง ‘uncommitted’ (อัน คอมมิตเทด) หรือไม่เลือกผู้สมัครรายใด เพื่อแสดงจุดยืนให้รัฐบาลหยุดการส่งความช่วยเหลือทางทหารให้อิสราเอล ตามที่นักเคลื่อนไหวออกมารณรงค์กันก่อนหน้านี้ มิชิแกน มีสัดส่วนประชากรเชื้อสายอาหรับมากที่สุดในประเทศ ซึ่งคนกลุ่มนี้เคยสนับสนุนไบเดน แต่แฮร์ริสเอง เปิดตัวหาเสียงด้วยท่าทีที่แข็งกร้าวกับอิสราเอลมากกว่า ผู้ประท้วงหนุนปาเลสไตน์จึงคาดหวังว่าเธอจะเห็นใจและเข้าใจสถานการณ์ของพวกเขามากกว่า
ฝั่งทรัมป์ ก็ดูจะให้ความสำคัญกับกลุ่มคนเชื้อสายอาหรับในรัฐนี้ โดยทุกครั้งที่แสดงความเห็นเกี่ยวกับวิกฤตในตะวันออกกลาง ทรัมป์จะเรียกร้องให้อิสราเอลรีบปิดจบภารกิจกวาดล้างฮามาสในกาซาให้ได้โดยเร็ว
4.เนวาดา (Nevada)
เนวาดา โหวตเลือกผู้สมัครของเดโมแครตมาหลายการเลือกตั้งแล้ว แต่ก็มีสัญญาณว่าอาจจะพลิกกลับมาเป็นรีพับลิกันได้
ผลสำรวจล่าสุดที่รวบรวมจาก FiveThirtyEight (538) เว็บไซต์วิเคราะห์แบบสำรวจความคิดเห็นการเมือง ชี้ว่า ช่วงที่ตัวแทนเดโมแครตยังเป็นไบเดน ทรัมป์มีคะแนนนำลิ่วในรัฐนี้ แต่เนื่องจากแฮร์ริสเข้าถึงผู้มีสิทธิลงคะแนนอายุน้อย และหลากหลายมากขึ้น จึงมีโอกาสทำคะแนนตีตื้นได้
กลุ่มประชาชนที่ผู้สมัครทั้ง 2 คน ตั้งเป้าจะดึงคะแนนมาให้ได้ในรัฐนี้ คือ กลุ่มคนลาตินอเมริกา
แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งและตัวเลขจ้างงานสูง นับตั้งแต่ไบเดนเข้ารับตำแหน่ง แต่อัตราการฟื้นตัวหลังโควิดในรัฐเนวาดา กลับช้ากว่ารัฐอื่นๆ
จากสถิติของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เนวาดามีอัตราการว่างงานสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ คือ 5.1% เป็นรองแค่แคลิฟอร์เนีย และกรุงวอชิงตันดีซี
ซึ่งปัจจัยนี้ อาจทำให้คนในรัฐ หันมาสนใจทรัมป์ ที่มีจุดแข็งเรื่องนโยบายเศรษฐกิจมากขึ้น
5.นอร์ทแคโรไลนา
ผลสำรวจคะแนนนิยมแสดงให้เห็นว่าคะแนนของ 2 ผู้ท้าชิงในรัฐนี้ เริ่มสูสีกัน นับตั้งแต่แฮร์ริสขึ้นมารับไม้ต่อจากไบเดน และนักวิเคราะห์บางคนมองว่า ผลยังออกได้ทั้งหัวและก้อย
ความสำคัญของนอร์ทแคโรไลนา สะท้อนให้เห็นจากการที่ทรัมป์ตัดสินใจขึ้นเวทีหาเสียงกลางแจ้งที่รัฐนี้เป็นรัฐแรก หลังจากที่เพิ่งรอดจากความพยายามลอบสังหารครั้งแรก เมื่อเดือน ก.ค.
ทรัมป์กล่าวกับผู้สนับสนุนว่า นอร์ทแคโรไลนาเป็นรัฐใหญ่ที่ต้องชนะให้ได้ ฝั่งเดโมแครตเองก็เห็นความสำคัญของรัฐนี้ ถึงขั้นยกเวทีการประชุมใหญ่พรรคคืนสุดท้ายให้กับ รอย คูเปอร์ ผู้ว่าการรัฐ
ทรัมป์ชนะที่รัฐนอร์ทแคโรไลนาในปี 2020 ด้วยคะแนนส่วนต่าง 70,000 คะแนน เดโมแครตจึงยังมีหวังที่จะชนะในรัฐนี้ได้
6.เพนซิลเวเนีย
ทั้ง 2 ผู้ท้าชิงต่างลงพื้นที่หาเสียงอย่างหนักในรัฐนี้ ซึ่งเป็นรัฐที่ทรัมป์รอดตายจากการถูกลอบสังหารครั้งแรกบนเวทีปราศรัยหาเสียง
รัฐนี้มอบชัยชนะให้กับไบเดนในปี 2020 โดยเขามักเชื่อมโยงตนเองกับชนชั้นแรงงานในเมืองสแครนตัน ซึ่งเป็นเมืองบ้านเกิดของเขา
คนที่นี่สนใจเรื่องปัญหาเศรษฐกิจปากท้องเป็นอันดับแรกๆ เช่นเดียวกับอีกหลายๆรัฐ ปัญหาเงินเฟ้อพุ่งสูงเกิดขึ้นทั่วประเทศในสมัยรัฐบาลไบเดน แต่ที่เพนซิลเวเนีย ราคาสินค้าพุ่งขึ้นเร็วกว่ารัฐอื่นๆ
แม้ว่าขณะนี้ อัตราเงินเฟ้อจะค่อยๆ ปรับลดลง แต่ประเด็นนี้ยังอาจเป็นโทษกับแฮร์ริสได้ และเป็นไพ่ที่ทรัมป์ใช้โจมตีเธออยู่เสมอ
7.วิสคอนซิน
วิสคอนซิน เลือกผู้สมัครที่ชนะการเลือกตั้งทั้งในปี 2016 และ 2020 และทั้ง 2 ครั้งก็มีคะแนนส่วนต่างราวๆ 20,000 คะแนนเท่านั้น
ผู้เชี่ยวชาญมองว่าผู้สมัครที่ไม่ได้มาจาก 2 พรรคใหญ่ อาจเป็นตัวแปรสำคัญในรัฐนี้ และอาจซื้อใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่ชอบนโยบายของทั้งเดโมแครตและรีพับลิกัน
ผลสำรวจชี้ว่า แรงสนับสนุนผู้สมัครอิสระอย่าง โรเบิร์ต เอฟ เคนเนดี จูเนียร์ จะเป็นภัยต่อทรัมป์และแฮร์ริสได้ แต่เคนเนดีถอนตัวจากศึกเลือกตั้ง ช่วงปลายเดือน ส.ค.และประกาศสนับสนุนทรัมป์ไปแล้ว
ทรัมป์ เคยบอกว่า วิสคอนซินเป็นรัฐสำคัญ ถ้าชนะวิสคอนซิน ก็ชนะเลือกตั้งครั้งนี้ และการประชุมใหญ่ของรีพับลิกันก็จัดขึ้นที่เมืองมิลวอกี รัฐวิสคอนซิน
และในช่วงที่พรรคเดโมแครตประชุมใหญ่เพื่อรับรองชื่อแฮร์ริสเป็นตัวแทนพรรค เธอก็อยู่ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงที่รัฐวิสคอนซิน