บรรดาผู้นำทั่วโลกเริ่มออกมาเคลื่อนไหวแสดงความยินดีกับทรัมป์ หลังจากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เริ่มเป็นที่ชัดเจน โดยคนแรกที่ออกมาร่วมยินดี คือ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ที่โพสต์ผ่าน X ยินดีกับการกลับคืนสู่ทำเนียบขาวครั้งประวัติศาสตร์ของทรัมป์ โดยบอกว่าจะนำไปสู่จุดเริ่มต้นใหม่ของอเมริกา และความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะร่วมมือกันระหว่างอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา นี่คือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่
ด้าน นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ของสหราชอาณาจักร โพสต์แสดงความยินดีผ่าน X เช่นเดียวกัน โดยบอกว่า นี่คือชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ และตนเองตั้งตารอที่จะได้ทำงานร่วมกับทรัมป์ในอีกหลายปีข้างหน้า สหราชอาณาจักร ในฐานะพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุด เรายืนเคียงบ่าเคียงไหล่เพื่อปกป้องคุณค่าที่เรามีร่วมกัน เสรีภาพ ประชาธิปไตย และธุรกิจ
5 แหล่งวิตามินปราการผิว ช่วยบำรุงลดรอยด่างดำ เหี่ยวย่นช่วยชะลอวัย
เช่นเดียวกับ ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ร่วมยินดีเป็นภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส ผ่าน X ใจความว่า ยินดีด้วย ประธานาธิบดีทรัมป์ พร้อมทำงานร่วมกัน เหมือนที่เราทำเมื่อ 4 ปีก่อน ส่วนอีกโพสต์หนึ่ง มาครงระบุว่า ตนเองได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีโอลาฟ ชอลซ์ ของเยอรมนี เรื่องที่ยุโรปจะทำงานร่วมกัน ภายใต้บริบทใหม่นี้
ในส่วนของผู้นำเยอรมนีเอง ก็โพสต์แสดงความยินดี และยกย่องความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างสหรัฐฯ และเยอรมนี
นอกจากนี้ ยังมีนางมารีน เลอ เปน อดีตผู้นำพรรคขวาจัดของฝรั่งเศส ที่ร่วมอวยพรให้กับความสำเร็จของทรัมป์ ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ
ด้าน นางเออร์ซูลา ฟอน เดอ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และ นายชาร์ลส์ มิเชล ประธานคณะมนตรียุโรป ร่วมยินดีกับทรัมป์ ทันทีที่เขาออกมาประกาศชัยชนะ
เช่นเดียวกับนาย มาร์ก รุตต์ เลขาธิการนาโต ที่ระบุว่า การบริหารงานของเขา จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ความร่วมมือของเราเข้มแข็ง ซึ่งจากนี้ น่าจับตาว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของทรัมป์ กับนาโตจะเป็นอย่างไร
นอกจากนี้ ยังมี นายกรัฐมนตรีวิกตอร์ ออร์บาน ของฮังการี ที่โพสต์คลิปวิดีโอลงในเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า ชัยชนะของโดนัลด์ ทรัมป์ คือ ชัยชนะที่โลกกำลังต้องการ
ส่วนผู้นำทางฝั่งเอเชีย-แปซิฟิก ผู้นำหลายๆคนก็ออกมาเคลื่อนไหวแล้วเช่นกัน อาทิ นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ที่เรียกทรัมป์ว่า เพื่อน, นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี ของออสเตรเลีย ยินดีกับประธานาธิบดีทรัมป์ และบอกว่า ชาวอเมริกันและชาวออสเตรเลีย คือ เพื่อนที่ดีต่อกันมายาวนาน, ประธานาธิบดี ยุน ซอก-ยอล ของเกาหลีใต้ ตั้งตารอที่จะได้ทำงานใกล้ชิดกับทรัมป์ และประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ก็บอกว่าพร้อมทำงานเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน
ขณะที่เพื่อนบ้านอย่างเม็กซิโก ประธานาธิบดี คลอเดีย เชนบาม ออกมาเคลื่อนไหวตั้งแต่ก่อนเปิดหีบเลือกตั้ง โดยแสดงความเชื่อมั่นว่า สัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจะยังดำเนินไปอย่างราบรื่น ไม่ว่าผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีจะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม เนื่องจากว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ คงจะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับความพยายามของรัฐบาลเม็กซิโก ในการสกัดคลื่นผู้อพยพอยู่แล้ว
แม้ผู้นำหญิงเม็กซิโกจะไม่ได้พูดชื่อใครชัดเจน แต่เป็นที่ทราบกันดีว่า ทรัมป์หยิบเรื่องสกัดผู้อพยพเข้าเมือง มาเป็นนโยบายหลัก โดยทรัมป์เคยขู่จะใช้มาตรการทางภาษีลงโทษเม็กซิโก หากไม่พยายามควบคุม 'เฟนทานิล' ซึ่งเป็นสารเสพติดไม่ให้เข้ามาในสหรัฐฯ