ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นเมื่อวันที่ 15 พ.ย. ว่า สงครามจะจบลงเร็วขึ้นอย่างแน่นอน ด้วยนโยบายของทีมที่กำลังจะเป็นผู้นำทำเนียบขาวในตอนนี้ นี่คือแนวทางและคำสัญญาที่พวกเขาให้ไว้กับประชาชนของพวกเขา
ผู้นำยูเครนกล่าวด้วยว่า เขาได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับทรัมป์ซึ่งเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ หลังจากที่ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยเซเลนสกีระบุว่าไม่ได้ยินอะไรที่ขัดกับจุดยืนของยูเครน
ในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อสาธารณชนครั้งแรกนับตั้งแต่ชนะการเลือกตั้ง ที่รีสอร์ตมาร์-อะ-ลาโก ในรัฐฟลอริดา เมื่อวันพฤหัสฯ ทรัมป์ได้กล่าวว่า “เราจะทำงานอย่างหนักเรื่องรัสเซียและยูเครน สงครามต้องหยุดได้แล้ว”
ด้านนายกรัฐมนตรีโอลาฟ ชอลซ์ ของเยอรมนี ซึ่งได้โทรศัพท์คุยกับทรัมป์เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว บอกกับหนังสือพิมพ์เยอรมัน ซูดดอยท์เชอ ไซตุง (Sueddeutsche Zeitung) ว่า ทรัมป์มีจุดยืนที่ละเอียดอ่อนเกี่ยวกับยูเครนกว่าที่ใครมักจะคิดกัน โดยการโทรศัพท์ของเขากับทรัมป์นั้นเป็นการพูดคุยที่ดีและละเอียดมาก
เมื่อถามว่าทรัมป์จะทำข้อตกลงโดยไม่สนใจยูเครนหรือไม่ ผู้นำเยอรมนีกล่าวว่า ทรัมป์ไม่ได้ส่งสัญญาณใดๆ ว่าเขาจะทำเช่นนั้น แต่ในส่วนของเยอรมนีจะไม่ยอมรับ “สันติภาพที่ถูกบังคับ”
ที่ผ่านมา มีความกังวลว่าทรัมป์อาจถอนการสนับสนุนที่สหรัฐฯ ให้กับยูเครนอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อกลับคืนสู่ทำเนียบขาว
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ชอลซ์ได้ต่อสายคุยกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย เป็นครั้งแรกในรอบเกือบสองปี ซึ่งผู้นำเยอรมันได้เรียกร้องให้ปูตินถอนกำลังทหารออกจากยูเครน และเริ่มการพูดคุยกับยูเครนที่จะเปิดทางสู่สันติภาพที่เป็นธรรมและยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม เซเลนสกี ผู้นำยูเครน แสดงความไม่พอใจที่ชอลซ์ต่อสายคุยกับปูติน โดยเปรียบเทียบว่าเหมือนกับการเปิดกล่อง “กล่องแพนโดรา” หรือกล่องแห่งความชั่วร้าย ที่มีแต่จะทำลายความพยายามที่จะโดดเดี่ยวผู้นำรัสเซีย