สงครามรัสเซีย-ยูเครนกลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลังมีรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ซึ่งกำลังจะพ้นตำแหน่งในอีกเพียง 2 เดือนข้างหน้า ได้อนุญาตให้ยูเครนใช้ระบบขีปนาวุธยุทธวิธีของกองทัพ (ATACMS) โจมตีเป้าหมายภายในรัสเซียแล้ว
โดยยูเครนสามารถใช้ขีปนาวุธพิสัยไกล ATACMS ของสหรัฐฯ เพื่อโจมตีเป้าหมายภายในรัสเซียได้ในวงจำกัด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะอนุญาตให้ใช้อาวุธของตนโจมตีในลักษณะดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้สงครามรุนแรงขึ้น
คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นคือ เหตุใดสหรัฐฯ จึงอนุญาตให้ยูเครนใช้ ATACMS โจมตีรัสเซียได้ และคำอนุญาตนี้จะส่งผลอย่างไรต่อสงคราม?
ต้องทราบก่อนว่า ยูเครนใช้ระบบขีปนาวุธ ATACMS ของสหรัฐฯ มานานกว่า 1 ปีแล้ว แต่เป้าหมายจะเป็นโครงสร้างทางทหารของรัสเซียที่อยู่ในดินแดนยูเครนเท่านั้น เช่น ฐานทัพอากาศในคาบสมุทรไครเมีย และเป้าหมายทางทหารในภูมิภาคซาโปริซเซีย เป็นต้น
"บันยาญ่า" เข้าวินสนามสุดท้าย "มาร์ติน" ผงาดคว้าแชมป์โลก โมโตจีพี 2024
แต่สหรัฐฯ ไม่เคยอนุญาตให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียเลย ซึ่งยูเครนวิจารณ์มาตลอดว่า ข้อจำกัดนี้เหมือนกับการถูกสั่งให้ต่อสู้โดยมือข้างหนึ่งถูกมัดไว้ข้างหลัง
มีรายงานว่า ที่สหรัฐฯ เปลี่ยนใจ เพราะต้องการตอบโต้ต่อการส่งกองกำลังเกาหลีเหนือไปสนับสนุนรัสเซียในพื้นที่ภูมิภาคเคิร์สก์ ซึ่งถูกยูเครนรุกหนักมาตั้งแต่เดือน ส.ค.
ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น ทำให้ยูเครนจะสามารถโจมตีเป้าหมายทางทหาร โครงสร้างพื้นฐาน และคลังกระสุน ภายในรัสเซียได้ แต่คาดว่าโดยส่วนใหญ่แล้วจะอยู่รอบ ๆ พื้นที่ภูมิภาคเคิร์สก์เท่านั้น
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่า ยูเครนจะสามารถใช้ ATACMS เพื่อป้องกันการโต้กลับของกองกำลังรัสเซียและเกาหลีเหนือ ซึ่งอาจเริ่มขึ้นภายในไม่กี่วัน
อย่างไรก็ตาม การจัดหา ATACMS อาจไม่เพียงพอที่จะพลิกกระแสของสงคราม เพราะมีรายงานว่า ยุทโธปกรณ์ทางทหารของรัสเซียส่วนใหญ่ เช่น เครื่องบินเจ็ต ได้ถูกเคลื่อนย้ายไปยังสนามบินที่อยู่ลึกเข้าไปในรัสเซียแล้ว
แต่อาวุธเหล่านี้อาจทำให้ยูเครนยังคงได้เปรียบบ้างในช่วงเวลาที่กองทหารรัสเซียกำลังได้เปรียบในภูมิภาคตะวันออกของยูเครน ซึ่งขวัญกำลังใจของทหารกำลังตกต่ำ
เอเวลิน ฟาร์คัส ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรองผู้ช่วยรัฐมนตรีกลาโหมในสมัยรัฐบาล บารัก โอบามา กล่าวว่า ยังมีคำถามเกี่ยวกับปริมาณกระสุนที่จัดหาให้ด้วย
“คำถามคือแน่นอนว่าพวกเขามีขีปนาวุธกี่ลูก? เราได้ยินมาว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เตือนว่าไม่มีขีปนาวุธประเภทนี้มากนักที่จะนำไปใช้ในยูเครนได้” ฟาร์คัสกล่าว
เขาเสริมว่า ATACMS อาจส่งผลกระทบทางจิตวิทยาในเชิงบวกในยูเครนได้หากนำไปใช้โจมตีเป้าหมาย เช่น สะพานเคิร์ช ซึ่งเชื่อมไครเมียกับรัสเซียแผ่นดินใหญ่
การอนุญาตของสหรัฐฯ ยังส่งผลต่อเนื่องไปอีกขั้น นั่นคือ ทำให้สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสอาจสามารถอนุญาตให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธสตอร์มแชโดว์ (Storm Shadow) ภายในรัสเซียได้
สตอร์มแชโดว์เป็นขีปนาวุธร่อนพิสัยไกลของฝรั่งเศส-สหราชอาณาจักรที่มีขีดความสามารถใกล้เคียงกับ ATACMS ของสหรัฐฯ
ส่วนประเด็นที่ว่า การอนุญาตของสหรัฐฯ อาจนำไปสู่การยกระดับสงครามหรือไม่นั้น ต้องจับตาท่าทีของประธานาธิบดียรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน เป็นพิเศษ
ก่อนหน้านี้ ปูตินเตือนไม่ให้มีการใช้อาวุธของชาติตะวันตกโจมตีรัสเซีย โดยกล่าวว่า นั่นจะเป็นการ “มีส่วนร่วมโดยตรง” ของประเทศนาโตในสงครามยูเครน
ปูตินเคยกล่าวว่า “การกระทำดังกล่าวจะเปลี่ยนแปลงแก่นแท้และธรรมชาติของความขัดแย้งไปอย่างมาก นั่นหมายความว่า ประเทศสมาชิกนาโต สหรัฐฯ และประเทศต่าง ๆ ในยุโรป กำลังต่อสู้กับรัสเซียโดยตรง”
ก่อนหน้านี้ รัสเซียได้กำหนด “เส้น” บางอย่างไว้ แต่ที่ผ่านมามีการล้ำเส้นไปหลายครั้งแล้ว เช่น การจัดหารถถังและเครื่องบินขับไล่ที่ทันสมัยให้กับยูเครน แต่ก็ไม่ได้ก่อให้เกิดสงครามโดยตรงระหว่างรัสเซียกับนาโตแต่อย่างใด
อีกประเด็นที่หลานคนสนใจคือ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ มีท่าทีอย่างไรบ้าง เมื่อไบเดน “โยนขี้” มาให้ก่อนขึ้นรับตำแหน่งแบบนี้
ตังของทรัมป์เองนั้นยังไม่ได้ออกมาว่ากลาวอะไร แต่คนใกล้ชิดของเขาบางส่วนได้วิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจดังกล่าวแล้ว
โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ลูกชายของทรัมป์ เขียนบนโซเชียลมีเดียว่า “กลุ่มอุตสาหกรรมการทหารดูเหมือนจะต้องการให้แน่ใจว่า พวกเขาจะก่อสงครามโลกครั้งที่ 3 ก่อนที่พ่อของผมจะมีโอกาสสร้างสันติภาพและช่วยชีวิตคน”
ทรัมป์ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า เขาจะใช้นโยบายใดในสงครามในยูเครน นอกจากการให้คำมั่นว่าจะยุติความขัดแย้งภายในวันเดียว แม้ว่าจะไม่เคยระบุว่าจะทำอย่างไร
เจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนของทรัมป์ เช่น เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีคนใหม่ กล่าวว่าสหรัฐฯ ไม่ควรให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนอีกต่อไป
ยังไม่ชัดเจนว่าประธานาธิบดีคนใหม่จะไปทางใด แต่หลายคนในยูเครนกลัวว่าเขาจะยุติการส่งมอบอาวุธ รวมถึงระบบ ATACMS
โอเล็กซี กอนชาเรนโก สส. ของยูเครน กล่าวว่า “เรากังวล เราหวังว่าทรัมป์จะไม่กลับคำตัดสินใจ”
เรียบเรียงจาก BBC