ยานสำรวจดวงจันทร์ฉางเอ๋อ-6 (Chang’e 6) นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในด้านอวกาศของประเทศจีน เพราะเป็นยานสำรวจลำแรกที่สามารถนำดินจากด้านไกลของดวงจันทร์ (Far Side) กลับมายังโลกได้
ฉางเอ๋อ-6 นำดินจากด้านไกลของดวงจันทร์กลับมายังโลกได้เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยเก็บมาได้รวม 1.9 กิโลกรัม จากนั้นนำไปจัดแสดงและวิเคราะห์ศึกษา
ล่าสุด นักวิทยาศาสตร์ได้เผยแพร่ผลการวิเคราะห์โดยละเอียดครั้งแรกของดินจากด้านไกลของดวงจันทร์นี้ในวารสาร Science และ Nature เมื่อวันที่ 15 พ.ย.
นักวิทยาศาสตร์พบว่า ในตัวอย่างดินมี “หินภูเขาไฟ” ซึ่งมีอายุย้อนกลับไปถึง 2,800 ล้านปี บ่งชี้ว่า จุดลงจอดของยานฉางเอ๋อ-6 นั้น ในอดีตเป็นภูเขาไฟที่คุกรุ่นอยู่ ณ เวลานั้น
การค้นพบนี้ไม่เคยถูกพบมาก่อนในตัวอย่างดินจากด้านใกล้ของดวงจันทร์ที่เก็บโดยโครงการอะพอลโลของนาซา (NASA) และภารกิจลูนาของรัสเซีย
ไคลฟ์ นีล ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยนอเทรอดาม หนึ่งในทีมวิจัย บอกว่า หินบะซอลต์จากดินด้านไกลของดวงจันทร์นั้นมีอายุค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับตัวอย่างหินบะซอลต์ในดินจากด้านใกล้ของดวงจันทร์ที่เคยศึกษาก่อนหน้านี้
"บันยาญ่า" เข้าวินสนามสุดท้าย "มาร์ติน" ผงาดคว้าแชมป์โลก โมโตจีพี 2024
นอกจากนี้ ยังพบว่าตัวอย่างเหล่านี้ไม่มีลายเซ็นของธาตุที่มีกัมมันตภาพรังสีที่พบในตัวอย่างจำนวนมากจากภารกิจยุคอะพอลโล
นีลบอกว่า “อายุของหินบะซอลต์ (ที่เก็บมาโดยฉางเอ๋อ-6) ที่ค่อนข้างน้อยถือเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ เนื่องจากองค์ประกอบแทบจะไม่มีธาตุที่มีกัมมันตภาพรังสีเลย สิ่งนี้กระตุ้นให้เกิดคำถามว่า ‘แมกมาเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไรและเพราะเหตุใด’”
เขาเสริมว่า “นี่เป็นคำถามเดียวกับที่ยังคงถูกถามเกี่ยวกับหินบะซอลต์ที่เก็บมาโดยยานฉางเอ๋อ-5”
ตัวอย่างดินชุดแรกจากดวงจันทร์ ซึ่งเก็บมาจากภารกิจอะพอลโลในช่วงทศวรรษ 1960 และ 1970 ได้เปิดเผยความลับการก่อตัวของดวงจันทร์ และบ่งชี้ว่า ครั้งหนึ่งดวงจันทร์เคยถูกปกคลุมด้วยแมกมา
ภารกิจอะพอลโลของนาซาลงจอดที่พื้นที่ 6 จุดซึ่งอยู่ใกล้กับเส้นศูนย์สูตรของดวงจันทร์ระหว่างปี 1969 ถึง 1972 ในขณะที่ยานอวกาศฉางเอ๋อ-5 ลงจอดที่มุมตะวันตกเฉียงเหนือของดวงจันทร์ และยานสำรวจดวงจันทร์ฉางเอ๋อ-6 ลงจอดที่บริเวณแอ่งขั้วใต้-เอตเคน ซึ่งเป็นแอ่งที่เกิดจากการตกกระทบของวัตถุเมื่อประมาณ 4 พันล้านปีก่อน
หลี่ ชิวลี่ ศาสตราจารย์วิจัยที่ State Key Laboratory of Lithospheric Evolution แห่งสถาบันธรณีวิทยาและธรณีฟิสิกส์ของสถาบันวิทยาศาสตร์จีน จากทีมวิจัยอีกทีม กล่าวว่า ยานสำรวจดวงจันทร์ฉางเอ๋อ-6 สามารถช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สำรวจความแตกต่างระหว่างด้านใกล้และด้านไกลของดวงจันทร์
หลี่กล่าวว่า งานวิจัยก่อนหน้านี้ที่อาศัยการสำรวจระยะไกล (Remote Sensing) เผยให้เห็นว่า ด้านไกลของดวงจันทร์มีลักษณะภูมิประเทศที่แตกต่างจากด้านใกล้ โดยมีเปลือกที่หนากว่า มีการกระจายตัวของหินบะซอลต์ที่แตกต่างกัน รวมทั้งมีทอเรียมซึ่งเป็นธาตุกัมมันตภาพรังสีที่พบในหินในปริมาณที่แตกต่างกัน
“ความไม่สมมาตรระหว่างด้านใกล้และด้านไกลของดวงจันทร์ยังคงเป็นปริศนาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข” เขากล่าว
หลี่และทีมของเขาศึกษาเศษหินบะซอลต์ 108 ชิ้นที่อยู่ในตัวอย่างดินด้านไกลของดวงจันทร์ จากการศึกษาการสลายตัวของไอโซโทปตะกั่วในตัวอย่าง นักวิจัยพบว่าเศษหินบะซอลต์ส่วนใหญ่ก่อตัวขึ้นเมื่อประมาณ 2,800 ล้านปีก่อน อย่างไรก็ตาม เศษหินบะซอลต์ชิ้นหนึ่งก่อตัวขึ้นเมื่อประมาณ 4,200 ล้านปีก่อน
ผลการศึกษาทั้งสองจากฝั่งของนีลและหลี่ชิ้นชี้ให้เห็นว่า ดวงจันทร์หลอมเหลวเป็นเวลานานกว่าที่คิดไว้ในตอนแรก
ริชาร์ด คาร์ลสัน นักวิทยาศาสตร์กิตติคุณประจำห้องปฏิบัติการโลกและดาวเคราะห์ของสถาบันคาร์เนกีเพื่อวิทยาศาสตร์ ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวิจัย กล่าวว่า “เราไม่มีสมมติฐานที่ดีจริง ๆ ว่าทำไมดวงจันทร์ถึงหลอมเหลวนานขนาดนั้น ดวงจันทร์เป็นวัตถุที่มีขนาดเล็กมาก และควรจะเย็นตัวลงค่อนข้างเร็ว”
งานวิจัยทั้งสองฉบับระบุว่า ตัวอย่างดินด้านไกลของดวงจันทร์ไม่ได้อุดมไปด้วย KREEP ซึ่งเป็นคำย่อที่ย่อมาจาก โพแทสเซียม (K), ธาตุหายาก (REE) และฟอสฟอรัส (P) ซึ่งพบในตัวอย่างดินดวงจันทร์อื่น ๆ ในยุคอะพอลโล
คาร์ลสันกล่าวว่า KREEP ก่อให้เกิดความร้อน และการมีอยู่ของมันอธิบายได้ว่าทำไมภูเขาไฟจึงยังคงปะทุบนดวงจันทร์เป็นเวลานาน เขาบอกว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจที่ตัวอย่างจากยานฉางเอ๋อ-6 ไม่มีธาตุกัมมันตภาพรังสี
อ่านงานวิจัย Science และ Nature
เรียบเรียงจาก CNN