ระหว่างการชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภาอิสราเอลเมื่อวันที่ 18 พ.ย. นายกรัฐมตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ยืนยันว่า ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อเดือน ต.ค. ประสบความสำเร็จในการลดทอนศักยภาพในการผลิตขีปนาวุธและอาวุธอื่น ๆ
นอกจากนี้ เนทันยาฮูยังเปิดเผยว่า ส่วนหนึ่งของโครงการนิวเคลียร์อิหร่านได้ถูกโจมตีจากปฏิบัติการดังกล่าวเช่นกัน แต่ยืนยันว่าอิสราเอลยังคงต้องเดินหน้านโยบายขัดขวางการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านต่อไป
โดยคำชี้แจงดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานของสำนักข่าว Axios ซึ่งอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 3 คนที่เปิดเผยว่า ปฏิบัติการโจมตีของอิสราเอลต่ออาคารเทลกานสอง (Taleghan 2) ในฐานทัพปาร์ชิน (Parchin) ใกล้กรุงเตหะรานของอิหร่านเมื่อวันที่ 25 ต.ค. ได้ทำลายอุปกรณ์สำหรับการสร้างระเบิดที่สามารถบรรจุยูเรเนียมไว้ในภายในอาวุธนิวเคลียร์
5 สิ่งใหม่ คาดมาใน Samsung Galaxy S25 Ultra
รายงานข่าวดังกล่าวระบุว่า การโจมตีของอิสราเอลจะทำให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ยากขึ้น เนื่องจากต้องจัดหาอุปกรณ์ทดแทนใหม่ทั้งหมด และหากเป็นการจัดซื้อ ก็จะสามารถแกะรอยได้ไม่ยาก
สำหรับการโจมตีฐานทัพปาร์ชินเมื่อเดือน ต.ค. เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติการของอิสราเอลต่อเป้าหมายทางทหารในดินแดนอิหร่าน เพื่อตอบโต้การส่งโดรนและขีปนาวุธเกือบ 200 ลูก โจมตีเป้าหมายอิสราเอลเมื่อเดือน เม.ย.
โดยอาคารเทลกานสองเคยมีบทบาทในโครงการนิวเคลียร์อิหร่านก่อนหน้านี้ แต่ได้ถูกปิดไปในปี 2003 แต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมาหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯและอิสราเอล ได้ตรวจพบความเคลื่อนไหวรอบใหม่ที่พิกัดดังกล่าวทั้งการทำงานด้านจำลองแบบทางคอมพิวเตอร์ กระบวนการทางโลหะวิทยา และการวิจัยวัตถุระเบิด ซึ่งเชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับการผลิตอาวุธนิวเคลียร์
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี มาซูด เปเซสเคียน ของอิหร่าน ยืนยันว่า โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านในเวลานี้ไม่ได้มีเป้าหมายคือการพัฒนาอาวุธ แต่เป็นการใช้งานด้านพลเรือน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในการพัฒนาเชิงเทคนิคและวิทยาศาสตร์