อีกหนึ่งนโยบายที่ต้องจับตาหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาเป็นผู้นำสหรัฐฯสมัยที่ 2 คือการควบคุมการหลั่งไหลของผู้อพยพตามแนวพนมแดน โดยล่าสุดมีคำยืนยันจากทรัมป์ว่า จะมีการใช้กำลังทหารเพื่อเนรเทศผู้อพยพครั้งใหญ่
ทรัมป์ได้รีโพสต์ข้อความของ ทอม ฟิตตัน นักเคลื่อนไหวฝ่ายอนุรักษ์นิยม บนแพลตฟอร์ม Truth Social โดยยืนยันข้อมูลของฟิตตันที่อ้างว่า ทรัมป์มีแผนจะประกาศสภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ และจะใช้กำลังทหารสนับสนุนแผนการเนรเทศผู้อพยพครั้งใหญ่
5 สิ่งใหม่ คาดมาใน Samsung Galaxy S25 Ultra
โดยในช่วงที่ดำรงประธานาธิบดีสมัยแรก ทรัมป์ เคยประกาศสภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาผู้อพยพมาแล้ว โดยได้อ้างกฎหมายฉุกเฉินแห่งชาติเพื่อโยกย้ายงบประมาณด้านการทหารหลายพันล้านดอลลาร์ไปใช้สนับสนุนการสร้างกำแพงสูง 10 เมตรตามแนวชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก
ส่วนการใช้กำลังทหารเพื่อบังคับใช้มาตรการควบคุมคลื่นผู้อพยพตามแนวชายแดนเคยเกิดขึ้นมาแล้วในยุครัฐบาลอื่นๆ แต่กฎหมายสหรัฐฯยังไม่อนุญาตให้ประธานาธิบดีใช้กำลังทหารทำหน้าที่ของตำรวจ
อย่างไรก็ตามในช่วงรัฐบาลทรัมป์สมัยแรก จำนวนผู้อพยพข้ามพรมแดนเข้าสู่สหรัฐฯลดลงเรื่อยๆ ก่อนที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในยุคของประธานาธิบดี โจ ไบเดน เนื่องจากความต้องการโอกาสในการหางาน หลังสิ้นสุดการระบาดของไวรัสโควิด-19
โดยหลังจากที่เป็นฝ่ายชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศว่า ทอม โฮแมน อดีตผู้อำนวยการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จะทำหน้าที่ดูแลงานด้านพรมแดนสหรัฐฯ ทั้งหมด ซึ่งมีจุดยืนสนับสนุนการจับกุมตัวและเนรเทศผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งปกป้องนโยบายดังกล่าวของทรัมป์อย่างเต็มที่