หลังจากก่อนหน้านี้เมื่อเดือน ต.ค. บริษัทโบอิ้ง (Boeing) ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ของโลก เปิดเผยว่ามีแผนจะปลดพนักงานออก 10% ของทั้งหมด หรือประมาณ 17,000 คน เนื่องจากบริษัทกำลังดิ้นรนเพื่อฟื้นตัวจากปัญหาทางการเงินและกฎระเบียบมาตรฐาน รวมถึงการหยุดงานประท้วงของช่างเครื่องที่กินเวลานานเกือบ 2 เดือน
ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 พ.ย. โบอิ้งได้แจ้งต่อกรมความมั่นคงในการจ้างงานของรัฐวอชิงตันว่า บริษัทได้เลิกจ้างพนักงานในรัฐวอชิงตันไปแล้ว 2,199 คน
The Seattle Times รายงานว่า แผนการเลิกจ้างดังกล่าวรวมถึงพนักงานในโรงงานของโบอิ้งทั่วประเทศ ตั้งแต่รัฐวอชิงตัน มิสซูรี แอริโซนา ไปจนถึงเซาท์แคโรไลนา นอกจากนี้ ยังดูเหมือนจะส่งผลกระทบต่อพนักงานใน 3 แผนกของโบอิ้งด้วย ได้แก่ ฝ่ายเครื่องบินพาณิชย์ เครื่องบินกลาโหม และบริการทั่วโลก
5 สิ่งใหม่ คาดมาใน Samsung Galaxy S25 Ultra
ก่อนที่จะมีการเลิกจ้างพนักงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โบอิ้งมีพนักงานในรัฐอชิงตันอยู่ 66,000 คน
ในบรรดาการเลิกจ้างจนถึงขณะนี้ มีหนังสือแจ้งที่ส่งไปยังสมาชิกสหภาพแรงงานอุตสาหกรรมการบินและอวกาศระดับมืออาชีพของบริษัทโบอิ้งกว่า 400 คน
โบอิ้งเพิ่งคลี่คลายปัญหาช่างเครื่องหยุดงานประท้วงสำเร็จ โดยเพิ่งกลับมาทำงานกันเมื่อต้นเดือนนี้
การหยุดงานดังกล่าวทำให้สถานะการเงินของบริษัทโบอิ้งตึงตัว แต่ เคลลี ออร์ตเบิร์ก ซีอีโอโบอิ้ง กล่าวเมื่อเดือน ต.ค. ว่า ว่าการหยุดงานดังกล่าวไม่ได้เป็นสาเหตุของการเลิกจ้าง แต่เป็นผลจากการเพิ่มพนักงานมากเกินไป
บริษัทโบอิ้งประสบปัญหาทางการเงินต่อเนื่องตั้งแต่เครื่องบินรุ่น 737 Max ของบริษัทตก 2 ครั้งในปี 2018 และ 2019 ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และชื่อเสียงของบริษัทได้รับผลกระทบเพิ่มเติมเมื่อเกิดเหตุประตูเครื่องบินสายการบินอะแลสกาแอร์ไลน์ส (Alaska Airlines) หลุดกลางอากาศเมื่อเดือน ม.ค. 2024
นอกจากนี้ อัตราการผลิตเครื่องบินของบริษัทยังชะลอตัวลงอย่างมาก และสำนักงานการบินแห่งชาติ (FAA) กำหนดปริมาณการผลิตเครื่องบิน 737 MAX ไว้ที่ 38 ลำต่อเดือน ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่โบอิ้งยังไม่สามารถบรรลุ
เรียบเรียงจาก Associated Press