The Economist นิตยสารด้านเศรษฐกิจการเมืองที่มีสำนักงานใหญ่ในประเทศอังกฤษ รายงานโดยอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ที่ประเมินว่า ทหารยูเครนที่เสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากการสู้รบสงครามรัสเซีย-ยูเครนมีจำนวนไม่น้อยกว่า 308,000 นาย แต่เมื่อรวมกับข้อมูลจากแหล่งอื่น ๆ แล้ว ประเมินว่า ยังมีทหารยูเครนที่เสียชีวิตอีกไม่น้อยกว่า 60,000 ถึง 100,000 นาย ทำให้ตัวเลขรวมอาจเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่เกือบ 500,000 นาย
การประเมินของ The Economist สอดคล้องกับกระทรวงกลาโหมรัสเซียที่ระบุว่า ตลอดกว่า 2 ปีที่ผ่านมาจำนวนทหารยูเครนที่ถูกสังหารหรือบาดเจ็บในสนามรบอยู่ที่ประมาณ 500,000 นาย โดยข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงกลาโหมรัสเซียยังอ้างว่า ยูเครนสูญเสียทหารไปมากกว่า 35,000 นาย นับตั้งแต่บุกยึดภูมิภาคเคิร์สก์ของรัสเซียเมื่อเดือน ส.ค.
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เคยเปิดเผยเมื่อเดือน ก.พ. ว่า จำนวนทหารยูเครนที่เสียชีวิตจากการสู้รบกับรัสเซียมีเพียง 31,000 นายเท่านั้น แต่ยังไม่เปิดเผยจำนวนทหารที่ได้รับบาดเจ็บ
ขณะที่เมื่อวันที่ 27 พ.ย. สำนักข่าว AP รายงานว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน ที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่ง ได้เรียกร้องให้รัฐบาลยูเครนลดอายุขั้นต่ำสำหรับการเกณฑ์ทหารจาก 25 ปี เหลือ 18 ปี เพื่อเพิ่มจำนวนกำลังพล
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน เม.ย. ประธานาธิบดีเซเลนสกีได้ลงนามบังคับใช้กฎหมายฉบับใหม่ที่ลดอายุการเกณฑ์ทหารลงจากขั้นต่ำสุดที่ 27 ปีเป็น 25 ปี และสัญญาว่าจะไม่มีการปรับลดอายุอีก แต่แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ เตือนว่า ยูเครนยังต้องการทหารเพิ่มขึ้นอีก เพื่อรักษาขีดความสามารถในการสู้รบต่อไป
น้ำท่วมภาคใต้ : ยะลาท่วมสูง 2 เมตร สั่งเร่งอพยพประชาชน
ในปัจจุบัน ยูเครนได้เรียกพลเมืองกว่า 1 ล้านคนเข้ารับราชการในกองทัพ รวมถึงหน่วยความมั่นคงด้านอื่น ๆ เช่นกองกำลังรักษาดินแดน ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่า จำนวนกำลังพลที่ยูเครนมีอยู่ในเวลานี้ยังไม่สามารถรับมือกับการแรงกดดันทางทหารที่เพิ่มขึ้นจากรัสเซียได้
โดยยูเครนเคยแจ้งว่า กองทัพยังต้องการกำลังทหารเพิ่มเติมอีกไม่น้อยกว่า 160,000 นาย แต่รัฐบาลสหรัฐฯ ประเมินว่าตัวเลขดังกล่าวยังไม่เพียงพอ
อีกความเคลื่อนไหวสำคัญล่าสุดของรัฐบาลไบเดน คือการยื่นคำร้องต่อรัฐสภาขอให้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมอีก 24,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 840,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนยูเครน โดย 16,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 550,000 ล้านบาทจะเป็นการจัดหายุทโธปกรณ์เพื่อเติมคลังอาวุธของสหรัฐฯ เอง ส่วนที่เหลืออีก 8,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 290,000 ล้านบาท จะมอบให้กับโครงการช่วยเหลือยูเครนในด้านความมั่นคง หรือ USAI (Ukraine Security Assistance Initiative) ซึ่งเป็นการจัดซื้ออาวุธจากบริษัทอเมริกัน ภายใต้สัญญากับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ
โดยรัฐสภาสหรัฐฯ ได้รับคำร้องของไบเดนแล้วเมื่อวันที่ 25 พ.ย. แต่ยังไม่สามารถตาดเดาได้ว่าจะได้รับการอนุมัติหรือไม่ โดยก่อนหน้านี้ รัฐสภาซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร เคยระงับการพิจารณาร่างกฎหมายช่วยยูเครนมูลค่า 61,000 ล้านดอลลลาร์ หรือ 2 ล้านล้านบาท นานหลายเดือนก่อนอนุมัติในเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา
ขณะที่ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 5 พ.ย. ปรากฎว่าพรรครีพับลิกันสามารถครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาได้สำเร็จ ทำให้รัฐสภาชุดใหม่ของสหรัฐฯ ที่จะเริ่มทำหน้าที่ในเดือน ม.ค. ปีหน้า อยู่ในการควบคุมของพรรครีพับลิกันทั้งสภาสูงและสภาล่าง