“ยุน ซอกยอล” ประธานาธิบดีคนที่ 13 ของเกาหลีใต้ เกิดเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 1960 (ปัจจุบันอายุ 63 ปี) ที่กรุงโซล จบการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล
ยุนมีความก้าวหน้าในสายงานด้านกฎหมาย จนได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานอัยการเขตกลางโซล และมีบทบาทสำคัญในการตัดสินอดีตประธานาธิบดี พัค กึน-ฮเย และอี มยอง-บัก ฐานใช้อำนาจในทางมิชอบ
ต่อมายุนได้รับการแต่งตั้งเป็นอัยการสูงสุดของเกาหลีใต้ในปี 2019 ในสมัย มุน แจ-อิน เป็นประธานาธิบดี
ช่วงที่ยุนดำรงตำแหน่งดังกล่าว สำนักงานอัยการสูงสุดได้ดำเนินการสอบสวนคดีฉ้อโกงและติดสินบนต่อ โช กุก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และทำให้เขาต้องลาออกจากตำแหน่ง
จากนั้นในเดือน มี.ค. 2021 เขาเกษียณราชการ และออกจากตำแหน่งอัยการสูงสุด และได้รับการทาบทามจากพรรคพลังประชาชน (PPP) พรรคฝ่ายอนุรักษ์นิยมซึ่งขณะนั้นเป็นพรรคฝ่ายค้าน จนสุดท้ายก้าวขึ้นมาเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่โดดเด่นท่ามกลางแคนดิเดตฝ่ายอนุรักษ์นิยม
เขาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ปี 2022 โดยเอาชนะ อี แจ-มยอง จากพรรคประชาธิปไตย (DP) ด้วยชัยชนะแบบหวุดหวิดที่สุดในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้ คือคะแนนเสียงห่างกันไม่ถึง 1%
หลังเข้ารับตำแหน่ง ยุน ซอกยอล ต้องเผชิญปัญหาและเรื่องอื้อฉาวจำนวนมาก
วิเคราะห์สาเหตุประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ประกาศกฎอัยการศึก!
ตั้งแต่ได้รับเลือกตั้ง ยุนได้ใช้การฟ้องร้อง หน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ และการสอบสวนทางอาญา เพื่อปราบปรามข้อมูลทั้งหมดที่เขาเรียกว่าเป็น “ข้อมูลเท็จ” โดยมุ่งเป้าไปที่องค์กรข่าวเป็นส่วนใหญ่ ตำรวจและอัยการได้บุกค้นบ้านเรือนและห้องข่าวของนักข่าวหลายครั้ง
ยุนยังถูกกล่าวหาว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ในปี 2024 เขาถูกกล่าวหาว่า กดดันกระทรวงกลาโหมให้ปกปิดการสอบสวนกรณีการเสียชีวิตของนาวิกโยธินเกาหลีใต้ในปี 2023 และใช้สิทธิ์ยับยั้งร่างกฎหมายที่ฝ่ายค้านผลักดันผ่านรัฐสภา โดยเรียกร้องให้มีอัยการพิเศษมาสอบสวนข้อกล่าวหาดังกล่าว
ยังมีกรณีที่ภรรยาของเขา “คิม กอน-ฮี” ที่มีภาพจากกล้องแอบถ่ายเผยให้เห็นว่าเธอรับสินบนเป็นกระเป๋า Dior มูลค่า 2,200 ดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนปั่นราคาหุ้นก่อนที่ยุนจะได้รับการเลือกตั้ง
เมื่อปี 2023 รัฐสภาที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายค้านได้ผ่านร่างกฎหมายที่ตั้งอัยการพิเศษสอบสวนข้อกล่าวหาดังกล่าวของภรรยาประธานาธิบดี แต่ยุนใช้สิทธิ์ยับยั้งร่างกฎหมายดังกล่าว
ประเด็นเหล่านี้ทำให้คะแนนความนิยมของประธานาธิบดียุนลดลงอย่างรวดเร็ว
ในส่วนของนโยบายต่างประเทศ ยุน ซอกยอล มีท่าทีเป็นศัตรูต่อเกาหลีเหนืออย่างชัดเจน โดยความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือตกต่ำลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ที่ยุนเข้ารับตำแหน่ง
ยุนใช้แนวทางการเผชิญหน้าและเรียกร้องให้เผยแพร่แนวคิดเรื่องเสรีภาพไปยังเกาหลีเหนือเพื่อเจาะเข้าไปที่นั่น นอกจากนี้ เขายังขยายการซ้อมรบร่วมกับสหรัฐฯ และญี่ปุ่นด้วย
ท่าทีของยุนทำให้เกาหลีเหนือแสดงความแข็งกร้าวมากขึ้น โดยปิดกั้นการเจรจาทั้งหมดกับเกาหลีใต้และสหรัฐฯ และเพิ่มระดับการทดสอบขีปนาวุธที่มีขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์เป็น 2 เท่า และให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติต่อเกาหลีใต้ไม่ใช่ในฐานะพันธมิตรในการรวมประเทศ แต่เป็นศัตรูที่เกาหลีเหนือต้องผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งหากเกิดสงครามขึ้น
กระทั่งวันที่ 3 ธ.ค. 2024 ประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ประกาศกฎอัยการศึกฉุกเฉินกล่าวหาพรรคประชาธิปไตยว่า เอนเอียงเข้าข้างเกาหลีเหนือ และมีความเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐ โดยอ้างถึงญัตติซึ่งยื่นโดยพรรคประชาธิปไตยที่พยายามจะถอดถอนอัยการระดับสูง 2 คน และปฏิเสธข้อเสนอร่างงบประมาณของรัฐบาล
เรียบเรียงจาก New York Times