ผู้นำยูเครน โพสต์ข้อความลงในแพลตฟอร์ม X หลังได้รับรายงานสรุปจาก โอเล็กซานเดอร์ ซีร์สกี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด โดยระบุว่า ขณะนี้ มีทหารเกาหลีเหนืออย่างน้อย 3,000 นาย ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการสู้รบในสมรภูมิ พร้อมเตือนว่า มีความเสี่ยงที่เกาหลีเหนือจะส่งกำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์เพิ่มเติมให้กองทัพรัสเซีย ซึ่งเราจะต้องมีมาตรการรับมือที่เป็นรูปธรรมในเรื่องนี้
ตัวเลขคาดการณ์จำนวนทหารเกาหลีเหนือที่บาดเจ็บล้มตายในสงคราม ที่เปิดเผยโดยผู้นำยูเครน ถือว่าสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่คณะเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้เปิดเผยออกมาเมื่อวันจันทร์ ซึ่งอยู่ที่ 1,100 นาย
ที่ผ่านมา รัสเซียไม่เคยออกมายอมรับ หรือแม้แต่ปฏิเสธ เรื่องทหารเกาหลีเหนือเข้าร่วมรบ ส่วนฝั่งรัฐบาลเปียงยาง เคยออกมาปฏิเสธเรื่องการส่งทหารไปช่วยกองทัพรัสเซีย ว่าเป็นข่าวปลอม แต่ก็ระบุว่า การกระทำดังกล่าวสามารถทำได้ และถูกต้องตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ยูเครน และชาติพันธมิตร คาดการณ์ว่า เกาหลีเหนือส่งทหารไปร่วมรบกับรัสเซียแล้วราว 12,000 นาย ซึ่งบางส่วนถูกส่งไปประจำการในภูมิภาคเคิร์สก์ เพื่อต่อกรกับทหารยูเครน ที่บุกข้ามแดนเข้ามายึดพื้นที่ ตั้งแต่เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา
เคว้ง! แรงงานนับพันคน ถูกเลิกจ้างรับปีใหม่-แถมนายจ้างเบี้ยวเงินชดเชย
นอกจากนี้ ทางเกาหลีใต้ ยังตรวจจับสัญญาณได้ว่า เกาหลีเหนือมีแผนจะผลิตโดรนพลีชีพเพื่อส่งไปยังรัสเซีย นอกเหนือจากระบบยิงจรวดหลายลำกล้องขนาด 240 มม. และปืนใหญ่ฮาวอิตเซอร์ที่ขับเคลื่อนเองได้ ขนาด 170 มม. ที่จัดส่งไปให้แล้ว
ทั้งนี้ ยูเครนพยายามกดดันให้ชาติพันธมิตรใช้มาตรการแข็งกร้าวเพื่อลงโทษรัสเซียและเกาหลีเหนือมาโดยตลอด เพราะเชื่อว่าการที่ทั้ง 2 ประเทศ ถ่ายทอดแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการสงครามและเทคโนโลยีทางการทหารให้แก่กัน ถือเป็นภัยคุกคามระดับโลก
นอกจากพูดเรื่องทหารเกาหลีเหนือแล้ว เซเลนสกียังออกมาวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่นายกรัฐมนตรีสโลวาเกีย พบหารือกับประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ระหว่างเยือนกรุงมอสโก ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับทุกฝ่าย
เซเลนสกี ระบุว่า ผู้นำสโลวาเกียเต็มใจที่จะเข้าข้างปูติน และพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติจากรัสเซีย ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นปัญหาความมั่นคงที่ใหญ่สำหรับยุโรปและสโลวาเกีย
ด้าน โรเบิร์ต ฟิโก นายกฯ สโลวาเกีย ระบุว่า การเข้าพบปูติน เป็นการตอบโต้ผู้นำยูเครน ที่ต่อต้านการส่งก๊าซจากรัสเซียผ่านยูเครนไปยังสโลวาเกีย
ที่ผ่านมา รัฐบาลเคียฟยืนกรานจะไม่ต่อสัญญาที่อนุญาตให้บริษัทก๊าซพรอม (Gazprom) ผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติของรัสเซีย วางท่อส่งก๊าซผ่านยูเครน เข้าไปในประเทศต่างๆ ของยุโรป ซึ่งสัญญาดังกล่าวจะหมดลงในวันที่ 1 ม.ค.ที่จะถึงนี้ โดยยูเครนระบุว่า รายได้จากการขายก๊าซธรรมชาติ ช่วยให้รัสเซียมีเงินทำสงครามกับยูเครนมาได้นานเกือบ 3 ปี