ทีมนักวิจัยจาก ศูนย์เจมส์ มาร์ติน เพื่อศึกษาการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (James Martin Center for Nonproliferation Studies) ในสหรัฐฯ ทำการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมที่ถ่ายได้ช่วงต้นเดือน ต.ค. และสรุปว่า เกาหลีเหนือกำลังขยายพื้นที่โรงงานผลิตอาวุธแห่งสำคัญ ซึ่งใช้ประกอบขีปนาวุธพิสัยใกล้รุ่นที่รัสเซียใช้โจมตียูเครน ทำให้พื้นที่โรงงานใหญ่ขึ้นกว่าเดิม 60-70% ซึ่งโรงงานนี้ มีชื่อว่า February 11 (เฟบบรูเอรี 11) เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ผลิตอาวุธในเมืองฮัมฮึง ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของเกาหลีเหนือ
โดยโรงงานดังกล่าว ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตะวันออก ที่นี่เป็นโรงงานเพียงแห่งเดียวที่ตะวันตกทราบในตอนนี้ว่า ผลิตขีปนาวุธฮวาซอง-11 ชนิดเชื้อเพลิงแข็ง ที่รู้จักกันในชื่อ เคเอ็น-23 (KN-23) ที่รัสเซียใช้ในการโจมตียูเครน
นอกจากนี้ นักวิจัยยังเชื่อว่า เกาหลีเหนือกำลังทำการปรับปรุงทางเข้าโรงงานใต้ดินในศูนย์ผลิตอาวุธดังกล่าวด้วย ที่ผ่านมา รัสเซียและเกาหลีเหนือต่างยืนกรานปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่า เกาหลีเหนือส่งอาวุธช่วยรัสเซีย แต่เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ทั้ง 2 ฝ่ายลงนามขยายความร่วมมือทางทหารระหว่างกัน
ขณะเดียวกัน เว็บไซต์ของรัฐบาลรัสเซียเผยมาตรการจูงใจทหาร เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการกำลังพลในกองทัพรัสเซีย เพื่อสู้รบในสมรภูมิยูเครนที่ยืดเยื้อมาเกือบ 3 ปีแล้ว
สำนักข่าวอินเตอร์แฟ็กซ์ (Interfax) ของทางการรัสเซีย รายงานว่า กฎหมายใหม่จะช่วยให้ชายฉกรรจ์ที่สมัครไปรบในยูเครน และเซ็นสัญญากับกองทัพเป็นระยะเวลา 1 ปี สามารถล้างหนี้ที่ยังค้างชำระอยู่ได้สูงสุด 10 ล้านรูเบิล หรือประมาณ 3 ล้าน 2 แสนบาท ซึ่งครอบคลุมถึงหนี้ของคู่สมรสด้วย กฎหมายนี้มีผลกับหนี้สินที่ศาลออกคำสั่งให้ชำระ และมีการดำเนินการบังคับคดีก่อนวันที่ 1 ธ.ค.ปีนี้
ฝรั่งเศส-อังกฤษ หารือแผนส่งทหารร่วมรบในยูเครน
ที่ผ่านมา กองทัพรัสเซียพยายามหาวิธีเกณฑ์คนไปรบให้ได้มากขึ้น ด้วยการเพิ่มเงินจูงใจ โดยในบางกรณี ทางการเสนอเงินค่าตอบแทนสูงกว่าปกติหลายเท่า ให้ผู้ที่สมัครใจไปรบ กลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยให้กองทัพสามารถเพิ่มกำลังพลในพื้นที่ขัดแย้งได้โดยไม่จำเป็นต้องมีคำสั่งเรียกระดมพลรอบใหม่ หลังจากคำสั่งระดมพลที่ผ่านๆ มา ทำให้ชายชาวรัสเซียหลายหมื่นคนหลบหนีออกจากประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร
โดยเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ปูตินเพิ่งสั่งเพิ่มกำลังทหารอีก 180,000 นาย ขณะที่เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา สหรัฐฯ เกาหลีใต้ และยูเครน ยืนยันว่า เกาหลีเหนือส่งทหารมากกว่า 1 หมื่นนาย ไปประจำการในรัสเซีย และบางส่วนก็เข้าไปร่วมรบในพื้นที่แนวหน้าแล้ว
การลงนามกฎหมายจูงใจกำลังพล เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่รัสเซียใช้ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงรุ่นใหม่ โจมตียูเครนเป็นครั้งแรกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งปูตินระบุว่า เป็นการตอบโต้ที่ยูเครนใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลของสหรัฐฯ และอังกฤษ โจมตีแผ่นดินรัสเซีย