วันที่ 31 ธ.ค. สำนักข่าวยอนฮัปรายงานว่า ได้มีการจัดพิธีศพของ น.ส.จงลักษ์ ดวงมณี หญิงชาวไทยวัย 45 ปีที่เสียชีวิตจากเหตุโศกนาฏกรรมเจจูแอร์ ที่ชั้น 1 ของสถานประกอบพิธีศพในเขตกวางซานกู เมืองกวางจู โดยมี “โฮ” สามีชาวเกาหลีใต้ของเธออยู่ในงาน และมีเจ้าหน้าที่รัฐบาลเกาหลีใต้เดินทางมาให้กำลังใจ
สามีของ น.ส.จงลักษ์ เผยว่า เมื่อต้นเดือน ธ.ค. ภรรยาของตนเดินทางกลับไปเยี่ยมครอบครัวที่บ้านเกิดใน จ.อุดรธานี จากนั้นเขากับเธอจะเดินทางกลับเกาหลีใต้ด้วยกัน
แต่ตัวสามีต้องเดินทางกลับมาก่อน จึงไม่ได้โดยสารมาในเที่ยวบินเดียวกับ น.ส.จงลักษ์
โฮเล่าว่า “ผมคุยโทรศัพท์กับภรรยาก่อนที่เธอจะขึ้นเครื่องบินเพื่อมายังสนามบินมูอัน ผมบอกเธอว่า ‘เจอกันพรุ่งนี้เช้านะ’ เราคุยกันเหมือนที่เคยทำเสมอมา ผมคิดว่าเธอจะกลับถึงบ้านเร็ว ๆ นี้ แต่ผมไม่เคยคิดว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกับเธอ”
น.ส.จงลักษ์เดินทางมาทำงานที่เกาหลีใต้เมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว และทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งในเมืองนาจู จังหวัดชอลลานัมโด จนได้พบรักกับโฮเมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้ว
โฮบอกว่า “ผมติดต่อครอบครัวของเธอที่ประเทศไทยแล้ว แต่พวกเขาไม่สามารถเดินทางมาเกาหลีใต้ได้ พ่อของเธอมีอาการป่วยเป็นโรคหัวใจและไม่สามารถเดินทางไกลได้”
เขากล่าวว่า “ผมหาโทรศัพท์มือถือของภรรยาไม่พบ ดังนั้นผมจึงติดต่อเพื่อน ๆ ของเธอไม่ได้ ผมพบแต่เพื่อนบางคนของภรรยาที่เดินทางมาหลังจากได้ยินข่าวอุบัติเหตุที่สนามบินนานาชาติมูอัน ครอบครัวของภรรยาผมก็ทราบเรื่องอุบัติเหตุเช่นกัน แต่พวกเขาไม่สามารถเดินทางมาเกาหลีได้”
มีรายงานว่า ร่างของ น.ส.จงลักษณ์ นั้น ถูกค้นพบในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ดังนั้นทางการจึงส่งมอบร่างมาให้โฮจัดงานศพได้ค่อนข้างเร็ว ต่างจากอีกหลายครอบครัวที่ยังคงต้องรออยู่ในขณะนี้
สามีของ น.ส.จงลักษ์ กล่าวว่า เขาต้องการกลับไปที่บ้านเกิดของภรรยาพร้อมกับโกศบรรจุอัฐิในอีก 2 วันหลังจากเสร็จงานศพ
โฮกล่าวว่า “ร่างของเธอถูกค้นพบอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเธอยังคงสมบูรณ์ เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว ผมอยากไปที่ประเทศไทยและไปเยี่ยมครอบครัวของภรรยาด้วยตัวเอง ผมต้องการนำอัฐิของภรรยาไปด้วย”
ด้าน คัง กีจุง นายกเทศมนตรีเมืองกวางจู เปิดเผยว่า “ผมอยากจะให้การสนับสนุนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากงานศพจัดขึ้นที่กวางจู ผมจะพูดคุยกับสนามบินเจจูและจังหวัดชอลลาใต้โดยเฉพาะเกี่ยวกับคำขอของครอบครัวผู้สูญเสีย”
หลังจากแสดงความเคารพศพ น.ส.จงลักษ์ แล้ว นายกเทศมนตรีคังกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เนื่องจากเขาต้องจากกับภรรยาอย่างกะทันหันที่เกาหลีใต้ ผมจะคอยช่วยเหลือเพื่อให้พวกเขาสามารถถ่ายทอดความรู้สึกอบอุ่นใจของชาวกวางจูและจังหวัดชอลลาใต้ได้”
ส่วนร่างของชาวไทยที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้อีกราย นั่นคือ น.ส.ศิริธร จะอือ อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดเชียงรายนั้น สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า ยังไม่มีการจัดเตรียมสถานที่ประกอบพิธีศพ
เรียบเรียงจาก Yonhap