เมื่อวันที่ 6 ม.ค. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรัฐลุยเซียนา ประเทศสหรัฐฯ รายงานพบผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดนก H5N1 เป็นรายแรกของประเทศ โดยผู้เสียชีวิตเป็นชายชาวลุยเซียนาที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยอาการในระบบทางเดินหายใจขั้นรุนแรง
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระบุว่า ผู้เสียชีวิตมีอายุมากกว่า 65 ปี มีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง และมีประวัติเคยสัมผัสกับนกที่ป่วยและตายจากบริเวณหลังบ้านของตัวเอง
เจ้าหน้าที่ยังกล่าวอีกว่า ผลการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมบ่งชี้ว่า ไวรัสไข้หวัดนกได้กลายพันธุ์ภายในตัวผู้ป่วย ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการป่วยรุนแรงขึ้นได้
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ได้ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดนกเป็นรายแรกของประเทศจริง แต่รายละเอียดอื่น ๆ เกี่ยวกับผู้ป่วยรายนี้ยังไม่ได้เปิดเผยมากนัก
ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2024 มีรายงานผู้ติดเชื้อไข้หวัดนก 66 รายในสหรัฐฯ แต่เคสก่อนหน้านี้อาการป่วยไม่รุนแรง และส่วนใหญ่พบในคนงานในฟาร์มที่สัมผัสกับสัตว์ปีกหรือวัวนมที่ติดเชื้อไวรัส
ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสกล่าวว่า การเสียชีวิตจากไข้หวัดนกไม่ใช่เรื่องที่คาดไม่ถึง นับตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมา มีการยืนยันการติดเชื้อไข้หวัดนกแล้วมากกว่า 950 รายทั่วโลก และมากกว่า 460 รายเสียชีวิตจากโรคดังกล่าว ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO)
เจนนิเฟอร์ นุซโซ ผู้อำนวยการศูนย์โรคระบาดแห่งวิทยาลัยสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบราวน์ กล่าวว่า “ไวรัสไข้หวัดนกเป็นภัยคุกคามร้ายแรง และในอดีตเคยเป็นไวรัสที่ร้ายแรง นี่เป็นเพียงการเตือนที่น่าเศร้าเท่านั้น”
นุซโซตั้งข้อสังเกตว่า วัยรุ่นชาวแคนาดาคนหนึ่งล้มป่วยหนักหลังจากติดเชื้อเมื่อไม่นานนี้ นักวิจัยยังคงพยายามประเมินอันตรายของไวรัสเวอร์ชันปัจจุบัน และพิจารณาว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ไวรัสนี้ส่งผลกระทบต่อคนบางกลุ่มมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ
เธอกล่าวเสริมว่า “การที่เราพบผู้ป่วยที่ไม่รุนแรง ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตมันจะยังคงไม่รุนแรงต่อไป”
ในแถลงการณ์ เจ้าหน้าที่ CDC ระบุว่า การเสียชีวิตในลุยเซียนาเป็นโศกนาฏกรรม แต่ยังกล่าวอีกว่า “ไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางไวรัสที่น่ากังวลที่แพร่กระจายในนกป่า สัตว์ปีก หรือวัว ที่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพของมนุษย์”
เรียบเรียงจาก Associated Press