จากกรณีที่ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงความตั้งใจอย่างแรงกล้าว่าต้องการกรีนแลนด์ของประเทศเดนมาร์กและคลองปานามาของประเทศปานามา มาเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ผู้สื่อข่าวถามทรัมป์ว่า จะให้การยืนยันได้หรือไม่ว่าจะไม่ใช้กำลังทหารเพื่อเข้าครอบครองทั้งสองดินแดน
ทรัมป์ตอบว่า "ไม่รับปากในเรื่องนี้" และย้ำว่าทั้งสองเป้าหมายมีความสำคัญต่อสหรัฐฯ โดยเฉพาะกรีนแลนด์ ที่มีความจำเป็นต่อความมั่นคง ไม่เฉพาะสหรัฐฯ แต่ยังรวมถึงโลกเสรี ซึ่งต้องรับมือกับจีนและรัสเซีย
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุว่า อาจพิจารณาใช้มาตรการกำแพงภาษีในระดับสูงกับสินค้านำเข้าจากเดนมาร์ก หากใม่ให้ความร่วมมือในประเด็นกรีนแลนด์
ด้านนายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก เมตเต เฟรดเดอริกเซน ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนท้องถิ่น ระบุว่า รู้สึกยินดีที่สหรัฐฯให้ความสนใจภูมิภาคอาร์กติกมากขึ้น พร้อมยืนยันว่าสหรัฐฯ คือพันธมิตรที่ใกล้ชิดและมีความสำคัญที่สุด โดยเธอไม่เชื่อว่าจะมีการใช้อำนาจทางทหาร หรือเศรษฐกิจ เพื่อควบคุมเกาะกรีนแลนด์
ผู้นำเดนมาร์กยังย้ำว่า อนาคตของเกาะกรีนแลนด์ต้องเป็นเรื่องที่ประชาชนในพื้นที่ต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง ซึ่งรวมถึงสิทธิในการประกาศเอกราชด้วย
โดยก่อนหน้านี้ในเดือน ธ.ค. นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ มูเต เอเกเด ยืนยันว่า กรีนแลนด์ไม่ได้มีไว้ขาย พร้อมใช้โอกาสนี้ผลักดันเป้าหมายการแยกตัวจากเดนมาร์ก
ขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ บุตรชายของทรัมป์ ได้เดินทางถึงเกาะกรีนแลนด์แล้ว โดยวางแผนที่จะบันทึกวิดีโอสำหรับพอดแคสต์ ในระหว่างการเยือนเป็นการส่วนตัวเป็นเวลา 1 วัน
ด้านกระทรวงการต่างประเทศของกรีนแลนด์เปิดเผยว่า ได้ทราบถึงแผนการเยือนกรีนแลนด์ของ โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์แล้ว แต่เนื่องจากนี่เป็นการเยือนส่วนตัว ไม่ใช่การเยือนอย่างเป็นทางการของสหรัฐฯหรือภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ของทรัมป์ กระทรวงการต่างประเทศของเดนมาร์กระบุว่า ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีความคิดเห็นใด ๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเยือนครั้งนี้