เจ้าหน้าที่พบศพ 2 ศพในช่องเก็บล้อลงจอดของเครื่องบินสายการบินเจ็ตบลูแอร์เวย์ส (JetBlue Airways) ที่สนามบินนานาชาติฟอร์ตลอเดอร์เดล-ฮอลลีวูด ในรัฐฟลอริดา สหรัฐฯ
สายการบินดังกล่าวระบุในแถลงการณ์ว่า พบศพดังกล่าวระหว่างการตรวจสอบตามปกติหลังเที่ยวบินเมื่อคืนวันที่ 6 ม.ค. โดยเครื่องบินลำดังกล่าวเดินทางมาถึงฟอร์ตลอเดอร์เดลไม่นานหลังเวลา 23.00 น. จากสนามบินนานาชาติจอห์น เอฟ เคนเนดี ในนิวยอร์ก
สายการบินเจ็ตบลูระบุในแถลงการณ์ว่า “ในเวลานี้ ตัวตนของบุคคลและสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงภายในเครื่องบินยังคงอยู่ภายใต้การสอบสวน”
สายการบินเสริมว่า “นี่เป็นสถานการณ์ที่น่าสลดใจ และเรามุ่งมั่นที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่เพื่อสนับสนุนความพยายามของพวกเขาในการทำความเข้าใจว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร”
อครีย์ ค็อดด์ โฆษกสำนักงานนายอำเภอเขตบราเวิร์ดเคาน์ตี กล่าวเมื่อวันที่ 7 ม.ค. ว่า เชื่อกันว่าผู้เสียชีวิตทั้งคู่เป็นผู้ชาย “นอกจากนี้ ยังไม่แน่ชัดว่าตัวตนของพวกเขาคือใคร และนี่คือข้อมูลบางส่วนที่เจ้าหน้าที่สืบสวนของสำนักงานนายอำเภอบราเวิร์ดกำลังพยายามค้นหาอยู่ในขณะนี้”
ค็อดด์เสริมว่า “เจ้าหน้าที่สืบสวนจะทำการสืบสวนและค้นคว้าทุกแง่มุมของเหตุการณ์นี้โดยเฉพาะ พยายามหาต้นทางของเที่ยวบินนี้ ว่าเที่ยวบินดังกล่าวอยู่ที่ใด และเคยอยู่ที่ใดบ้าง รวมถึงระบุสถานการณ์ที่บุคคลเหล่านี้ขึ้นเครื่องบินมา”
แม้ว่าเที่ยวบินล่าสุดจะบินจากนิวยอร์กไปฟอร์ตลอเดอร์เดล แต่เครื่องบินลำดังกล่าวได้เดินทางไปทั้งคิงส์ตัน ประเทศจาเมกา และซอลต์เลกซิตี รัฐยูทาห์ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 6 ม.ค.
เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยว่า พวกเขาคิดว่าบุคคลทั้งสองเข้าไปอยู่ในช่องเก็บล้อเครื่องบินจากสนามบินใด
การที่มีคนสามารถเข้าถึงช่องเก็บล้อของเครื่องบินโดยสารเชิงพาณิชย์ได้ ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยภายในระบบการบินของประเทศ
เจฟฟ์ ไพรซ์ ศาสตราจารย์ด้านการบินจากมหาวิทยาลัยเมโทรโพลิแทนสเตทแห่งเดนเวอร์ กล่าวว่า “สิ่งที่คุณต้องดูคือ มีช่องโหว่ใดบ้างที่ถูกใช้ประโยชน์และชั้นความปลอดภัยใดบ้างที่ไม่ได้ผลจนทำให้สิ่งแบบนี้เกิดขึ้น”
เขาเสริมว่า “สิ่งนี้บ่งบอกถึงความสามารถในการเข้าถึงเครื่องบินโดยที่อาจจะไม่ต้องผ่านขั้นตอนใด ๆ ที่ผู้โดยสารทั่วไปจะต้องผ่าน”
เรียบเรียงจาก Associated Press