กรมตำรวจนครบาลลาสเวกัสเปิดเผยว่า แมทธิว ลิเวลสเบอร์เกอร์ ทหารหน่วยรบพิเศษกองทัพบกสหรัฐ หรือกรีนเบเรต์ ซึ่งก่อเหตุระเบิดรถเทสลาไซเบอร์ทรัก (Tesla Cybertruck) นอกโรงแรมทรัมป์อินเตอร์เนชันแนล (Trump International) ในลาสเวกัสเมื่อวันที่ 1 ม.ค. ได้ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ในการช่วยวางแผนก่อเหตุดังกล่าว
นายอำเภอ เควิน แม็กมาฮิลล์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 7 ม.ค. ว่า ลิเวลสเบอร์เกอร์ใช้แชตบอต “ChatGPT” เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับแผนการก่อเหตุของเขา
ลิเวลสเบอร์เกอร์ได้สอบถาม ChatGPT ว่า เขากำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุระเบิด ความเร็วที่กระสุนปืนแต่ละนัดใช้ในการเคลื่อนที่ และดอกไม้ไฟถูกกฎหมายในรัฐแอริโซนาหรือไม่
แม็กมาฮิลล์บอกว่า การใช้เอไอเป็น “ตัวเปลี่ยนเกม” และกล่าวว่ากรมตำรวจกำลังแบ่งปันข้อมูลกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ “นี่เป็นเหตุการณ์แรกที่ผมทราบในดินแดนของสหรัฐฯ ที่ใช้ ChatGPT เพื่อช่วยให้บุคคลสร้างอุปกรณ์เฉพาะขึ้นมา (เพื่อก่ออาชญากรรม) นี่เป็นช่วงเวลาที่น่ากังวล”
ด้านบริษัท OpenAI ผู้พัฒนาแชตบอตดังกล่าว แถลงว่า มุ่งมั่นที่จะให้มีการใช้เครื่องมือของตนอย่างมีความรับผิดชอบ และยืนยันว่าได้รับการออกแบบมาเพื่อปฏิเสธการให้คำแนะนำที่เป็นอันตราย
“ในกรณีนี้ ChatGPT ตอบกลับด้วยข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะบนอินเทอร์เน็ตแล้ว และให้คำเตือนเกี่ยวกับกิจกรรมที่เป็นอันตรายหรือผิดกฎหมาย เรากำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเพื่อสนับสนุนการสืบสวนของพวกเขา” OpenAI ระบุ
เจ้าหน้าที่ยังเปิดเผยข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการระเบิด โดยเน้นไปที่การที่ลิเวลสเบอร์เกอร์ใช้ระเบิด และพิมพ์แถลงการณ์ความยาว 6 หน้าที่พบในโทรศัพท์มือถือของเขา
แม็กมาฮิลล์กล่าวว่า “ข้อมูลใหม่นี้มีคำถามมากกว่าคำตอบ ผมจะไม่แสดงความคิดเห็นว่าเอกสารเหล่านี้หมายความว่าอย่างไร และเราจะไม่เปิดเผยข้อมูลหรือเอกสารที่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างสมบูรณ์”
เอกสารดังกล่าวเป็นหลักฐานเพิ่มเติมจากจดหมาย 2 ฉบับที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ ซึ่งผู้ต้องสงสัยเขียนถึง “ความไม่พอใจทางการเมือง” ความขัดแย้งด้วยอาวุธในที่อื่น ๆ และปัญหาภายในครอบครัวในช่วงไม่กี่วันก่อนที่จะฆ่าตัวตาย
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ลิเวลสเบอร์เกอร์ วัย 37 ปี เป็นชาวโคโลราโด อยู่ในช่วงลาพักจากฐานทัพในเยอรมนี เขายิงตัวตายเสียชีวิตไม่นานก่อนที่รถบรรทุกไซเบอร์ทรักจะระเบิด
เรียบเรียงจาก Associated Press / CNN