กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน และการขนส่งของเกาหลีใต้ ออกแถลงการณ์ว่า ผลจากการตรวจสอบด้านความปลอดภัย พบว่า จำเป็นต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างที่ตั้งระบบนำทางในการช่วยลงจอดของเครื่องบิน (Localiser) ในสนามบิน 7 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงท่าอากาศยานนานาชาติมูอัน บนเกาะเจจู ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศ และสนามบินดังกล่าวยังมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน ในกรุงโซล
หนึ่งในมาตรการที่จะนำมาใช้เพื่อปรับปรุงสนามบิน คือ การย้ายฐานลงไปใต้ดินและแทนที่ด้วยโครงสร้างเหล็กน้ำหนักเบา
อย่างที่ท่าอากาศยานนานาชาติมูอัน เจ้าหน้าที่จะรื้อแนวกำแพงคอนกรีตออกไปทั้งหมด และติดตั้งระบบนำทางลงจอดใหม่ด้วยโครงสร้างที่แตกง่าย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว มีขึ้นหลังเหตุโศกนาฏกรรมเครื่องบินโดยสารโบอิง 737-800 ของ Jeju Air ประสบเหตุไถลออกนอกรันเวย์ ซึ่งทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตรวม 179 คน โดยเหตุการณ์นี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมการบินที่เลวร้ายที่สุดของเกาหลีใต้
ขณะนี้ ทีมสอบสวนของเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ยังคงสอบสวนสาเหตุ และอยู่ระหว่างรอข้อมูลเบาะแสจากกล่องดำ
พัก ซัง-วู รัฐมนตรีคมนาคมเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ทางการมีแผนจะหามาตรการป้องกัน Bird Strike และเพิ่มแผนนวัตกรรมความปลอดภัยด้านการบิน เนื่องจากในช่วงที่เกิดเหตุ มีรายงานว่านักบินได้รับแจ้งเตือนเรื่อง Bird Strike จึงยกเลิกความพยายามลงจอดฉุกเฉินในครั้งแรก ก่อนจะตัดสินใจลงจอดฉุกเฉินครั้งที่ 2 ทั้งที่ระบบล้อลงจอดไม่กางออก
นอกจากนี้ ผลการตรวจสอบ ยังพบขนนกในเครื่องยนต์ทั้ง 2 เครื่องของเครื่องบิน จึงมีการตรวจสอบถึงความเป็นไปได้ที่ bird strike จะเป็นหนึ่งในสาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้