จากกรณีเครื่องบินโดยสารสายการบินแอร์ปูซาน (Air Busan) เกิดเหตุไฟไหม้เมื่อคืนวันที่ 28 ม.ค. เวลาประมาณ 22.26 น. ตามเวลาท้องถิ่น (20.26 น. ตามเวลาประเทศไทย) ขณะจอดรอขึ้นบินจากสนามบินนานาชาติกิมแฮ ในเมืองปูซาน ไปยังฮ่องกง โดยเจ้าหน้าที่สามารถอพยพผู้โดยสารพร้อมลูกเรือ รวม 176 ราย ออกมาได้อย่างปลอดภัย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย
ขณะนี้ความสนใจกำลังมุ่งไปที่สาเหตุของไฟไหม้ โดยมีสมมติฐานว่ามาจาก “วัตถุไม่ทราบชนิด” ที่อยู่ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะบริเวณท้ายเครื่องบิน
ตามรายงานของสำนักงานดับเพลิงและภัยพิบัติเมืองปูซาน ลูกเรือเห็นควันและเปลวไฟพวยพุ่งออกมาจากช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะที่ปิดอยู่ และรายงานไปยังหอควบคุมว่า “มีไฟไหม้บนเครื่องบิน”
ผู้โดยสารรายหนึ่งบนเครื่องบินบอกว่า “ผมได้ยินเสียง ‘ดังแก๊ก’ จากช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ และไม่นานหลังจากนั้น ควันก็พวยพุ่งออกมา”
เขากล่าวต่อว่า “พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินบอกให้ผมนั่งรอ และนำถังดับเพลิงมา แต่มีควันอยู่แล้วและประกายไฟก็ตกลงมาจากช่องเก็บสัมภาระ ... มันอาจเป็นแบตเตอรี่สำรองหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อะไรสักอย่าง”
คู่รักวัย 30 กว่าที่นั่งอยู่ใกล้ช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะที่เป็นต้นเพลิง กล่าวว่า “เมื่อควันเริ่มลอยออกมา พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินก็ถามว่า ‘คุณใส่อะไรไว้’ จากนั้นควันก็เริ่มแพร่กระจายทันที”
ต่อมากัปตันของเครื่องบินลำที่เกิดเหตุโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า “เราไม่เชื่อว่าไฟลุกไหม้จากแหล่งจ่ายไฟเสริม (APU) ของเครื่องบิน สาเหตุของไฟน่าจะมาจากในกระเป๋าเดินทาง เช่น แบตเตอรี่สำรองหรือบุหรี่ไฟฟ้าในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ หรือการสูบบุหรี่ในห้องน้ำ หรือไฟฟ้าลัดวงจรในส่วนบนของห้องโดยสาร”
ขณะเดียวกัน สำนักงานดับเพลิงและภัยพิบัติเมืองปูซานกำลังดำเนินการสอบสวนร่วมกับคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุทางเครื่องบินและทางรถไฟของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน และการขนส่ง เพื่อหาสาเหตุของไฟไหม้
ในส่วนของผู้บาดเจ็บ 7 คนนั้น 4 คนเป็นลูกเรือที่รายงานว่ามีอาการแน่นหน้าอกเนื่องจากสูดดมควันไฟเข้าไป ส่วนอีก 3 คน เป็นผู้โดยสารอายุ 50-70 ปี บ่นว่ามีอาการปวดกระดูกก้นกบและหลัง
ท่าอากาศยานนานาชาติกิมแฮเปิดให้บริการตามปกติในวันที่ 29 ม.ค. โดยมีเที่ยวบิน 279 เที่ยวบินที่กำหนดไว้ในวันดังกล่าวเป็นไปตามแผน ยกเว้นเที่ยวบินของแอร์ปูซานจำนวน 8 เที่ยวบินที่ต้องยกเลิก
เรียบเรียงจาก Yonhap