สื่อของรัฐบาลอิหร่านอ้างว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของสาธารณรัฐอิสลามได้สกัดกั้นและยิงเครื่องบินรบของสหรัฐฯ ตกใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ โดยใช้ขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ ในระหว่างปฏิบัติการต่อต้านกองกำลังร่วมสหรัฐฯ-อิสราเอลในตะวันออกกลาง
หนังสือพิมพ์เตหะรานไทม์ส ระบุว่า กองกำลังอิหร่านได้สกัดกั้นเครื่องบินรบ F-15 ของสหรัฐฯ เหนือชายฝั่งทางใต้ของอิหร่าน ก่อนที่จะถูกยิงตกใกล้เส้นทางเดินเรือที่สำคัญ
รายงานดังกล่าวอธิบายเหตุการณ์นี้ว่าเป็นปฏิบัติการที่ประสบความสำเร็จของกองกำลังป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านต่อการรุกล้ำของศัตรู
นอกจากนี้ยังมีวิดีโอปรากฏบนโซเชียลมีเดีย อ้างว่าแสดงให้เห็นกองกำลังอิหร่านสกัดกั้นเครื่องบินรบ F-15 ของสหรัฐฯ
แต่ล่าสุดเมื่อช่วงดึกวันที่ 22 มี.ค. ตามเวลาประเทศไทย กองทัพสหรัฐฯ ยืนยันว่า เครื่องบินรบอเมริกันทั้งหมดที่ประจำการอยู่ในตะวันออกกลางยังคงใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ปฏิเสธรายงานของสื่ออิหร่าน โดยระบุว่า ไม่มีเครื่องบินรบอเมริกันลำใดถูกอิหร่านยิงตกในการปฏิบัติภารกิจรบกว่า 8,000 เที่ยวบินระหว่างปฏิบัติการ Epic Fury
CENTCOM บอกว่า “ข่าวลืออ้างว่าระบอบอิหร่านยิงเครื่องบิน F-15 ของสหรัฐฯ ตกเหนือน่านฟ้าอิหร่านเมื่อเร็ว ๆ นี้ ข้อเท็จจริงคือ กองกำลังสหรัฐฯ ได้ทำการบินรบมากกว่า 8,000 เที่ยวบินระหว่างปฏิบัติการ Epic Fury ไม่มีเครื่องบินรบของสหรัฐฯ ลำใดถูกอิหร่านยิงตก”
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 20 มี.ค. เครื่องบิน F-35 ลำหนึ่งของสหรัฐฯ ต้องลงจอดฉุกเฉินที่ฐานทัพในตะวันออกกลาง โดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) อ้างว่า เครื่องบินรบดังกล่าวของสหรัฐฯ ถูกโจมตีและได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยกองกำลังของตน
ตามรายงานของ CNN นักบินรอดชีวิตจากการถูกโจมตี และกำลังมีการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุของการลงจอดฉุกเฉิน โดยไม่ยืนยันหรือปฏิเสธว่าถูกอิหร่านโจมตีจริงหรือไม่
เรียบเรียงจาก NDTV