เมื่อวันที่ 26 ก.พ. เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายงานว่า พบกรณีที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเสียชีวิตจากการระบาดของโรคหัดในพื้นที่ทางตะวันตกของรัฐเท็กซัส ถือเป็นผู้เสียชีวิตรายแรกในสหรัฐฯ จากโรคหัดในรอบ 10 ปีนับตั้งแต่ปี 2015
ผู้เสียชีวิตเป็นเด็กวัยเรียน ถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลและเสียชีวิตเมื่อคืนวันที่ 25 ก.พ.
ปัจจุบันรัฐเท็กซัสกำลังเผชิญการระบาดของโรคหัดครั้งใหญ่ในรอบเกือบ 30 ปี นับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดเมื่อเดือนที่แล้ว โดยมีผู้ติดเชื้อแล้ว 124 รายใน 9 มณฑล
กรมบริการสุขภาพของรัฐเท็กซัสและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของเมืองลับบ็อกยืนยันว่า มีผู้เสียชีวิตจริง โดยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเด็กโคเวแนนต์เฮลธ์ในเมืองลับบ็อก
ดร.เอมี ธอมป์สัน กุมารแพทย์และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโคเวแนนท์เฮลธ์ กล่าวว่า “นี่เป็นเรื่องใหญ่ เราทราบอยู่แล้วว่าชุมชนของเรามีโรคหัด และตอนนี้เรากำลังเห็นผลกระทบที่ร้ายแรงมาก”
ด้าน โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รัฐมนตรีสาธารณสุขสหรัฐฯ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ของสหรัฐฯ กำลังเฝ้าติดตามกรณีต่าง ๆ และบอกว่าการระบาดของไวรัสโรคหัดในเท็กซัส “ไม่ใช่เรื่องแปลก”
เรียบเรียงจาก Associated Press