กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เปิดเผยเมื่อวันที่ 4 มี.ค. ว่า คาเดอร์ ซาอิด ฮาเชม ผู้บัญชาการหน่วยสู้รบทางทะเล ในสังกัดกองกำลังรัดวาน (Radwan Force) ปีกติดอาวุธของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ได้ถูกสังหารระหว่างการโจมตีทางอากาศที่เมืองไทร์ (Tyre) ของเลบานอน
กองทัพอิสราเอลระบุว่า ฮาเชมยังมีความเคลื่อนไหวทางทหารแม้มีข้อตกลงหยุดยิงและยังมีบทบาทหลักในการลักลอบขนสิ่งของต่างผ่านทางทะเล ซึ่งเป็นภัยคุกคามความมั่นคงและปลอดภัยของประชาชนชาวอิสราเอล
ขณะที่ในวันเดียวกัน มีการประชุมผู้นำชาติสันนิบาตอาหรับที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ โดยผู้เข้าร่วมประชุมได้มีมติเห็นชอบแผนการสร้างกาซาใหม่ มูลค่า 5.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.8 ล้านล้านบาท เพื่อเป็นคู่แข่งแผนการของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะเข้ายึดครองกาซา และย้ายชาวปาเลสไตน์กว่า 2 ล้านคนออกไป
อาเหม็ด อาบูล เกอิต เลขาธิการกลุ่มสันนิบาตอาหรับ ประกาศหลังการประชุมว่า จุดยืนของชาติอาหรับคือปฏิเสธการโยกย้ายถิ่นฐานใด ๆ ไม่ว่าจะโดยสมัครใจหรือบังคับก็ตาม
ทั้งนี้ แผนการดังกล่าวเสนอโดยอียิปต์ มีรายละเอียดทั้งหมด 91 หน้า รวมถึงภาพพิมพ์เขียวของย่านต่าง ๆ และอาคารสาธารณะขนาดใหญ่
โดยสิ่งที่ทำให้แผนการของชาติอาหรับแตกต่างจากของผู้นำสหรัฐฯ คือ ไม่ใช่แต่การพัฒนาสิ่งปลูกสร้าง แต่ยังเน้นย้ำเรื่องการเมืองและสิทธิ์ของชาวปาเลสไตน์
ประธานาธิบดีอียิปต์ อับดุล ฟัตาห์ อัล-ซีซี ยังเรียกร้องให้มีแผนการคู่ขนานที่ดำเนินไปพร้อม ๆ กับการฟื้นฟูฉนวนกาซา ที่นำไปสู่การแก้ปัญหาแบบ 2 รัฐ คือรัฐปาเลสไตน์อยู่เคียงคู่กับอิสราเอล ซึ่งเป็นแนวทางที่ชาติอาหรับกับอีกหลายประเทศมองว่าเป็นการยุติปัญหาอย่างยั่งยืนที่สุดของความขัดแย้งที่ดำเนินมานานนี้ แต่ยังถูกคัดค้านโดยฝ่ายอิสราเอล
นอกจากนี้แผนการใหม่ของชาติอาหรับเสนอว่า ฉนวนกาซาควรบริหารโดยคณะกรรมการบริหารกาซา ภายใต้องค์การบริหารแห่งชาติปาเลสไตน์ หรือ PA เป็นการชั่วคราว
โดยคณะกรรมการจะประกอบด้วยนักวิชาการที่มีคุณสมบัติครบตามกำหนด ขณะที่อ้างถึงกลุ่มติดอาวุธแบบกว้าง ๆ ว่าเป็นอุปสรรค และว่าปัญหานี้จะได้รับการแก้ไข หากต้นเหตุความขัดแย้งกับอิสราเอลถูกนำออกไป