พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา และคณะ เดินทางเยือนรัสเซีย และเข้าพบกับ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่น โดยเราได้เห็นทางฝั่งเมียนมาใช้ "การทูตช้าง" (Elephant Diplomacy) หรือการมอบช้าง 6 เชือกเป็นของขวัญแทนใจ ตอบแทนที่รัสเซียส่งมอบเครื่องบินขับไล่ให้ 6 ลำ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังลงนามความร่วมมือกันด้วย
โดย มิน อ่อง หล่าย วัย 68 ปี ซึ่งแทบไม่ค่อยเดินทางเยือนต่างประเทศ ถึงทำเนียบเครมลิน ในกรุงมอสโก เมื่อวานนี้ ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก เซอร์เกย์ ชอยกู เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติของรัสเซียก่อนจะได้พบกับผู้นำรัสเซีย
รายงานข่าว ระบุว่า ก่อนหน้านี้ ทางเมียนมาได้มอบช้าง 6 เชือกให้กับรัฐบาลมอสโก ซึ่งนักวิเคราะห์ทางการทหารมองว่า นี่คือกลยุทธ์ "การทูตช้าง" (Elephant Diplomacy) หรือการมอบช้างเป็นของขวัญให้กับพันธมิตร เพื่อแสดงความจริงใจ และสร้างความสัมพันธไมตรี คล้ายๆกับ "การทูตแพนด้า" ของจีน
ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่รัสเซียทำการส่งมอบเครื่องบินขับไล่ 6 ลำให้กับเมียนมา ท่ามกลางการโดดเดี่ยวจากโลกตะวันตก หลังจากที่กองทัพเมียนมาทำรัฐประหาร ยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของนาง ออง ซาน ซู จี ในปี 2021 จนนำไปสู่การลุกฮือของฝ่ายต่อต้าน และสงครามกลางเมือง
ปูตินกล่าวกับผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาว่า ปีนี้ เราเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับเมียนมา ความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 2 ประเทศจะเติบโตอย่างมั่นคงต่อไป โดยเมื่อปีที่แล้ว มูลค่าทางการค้าระหว่างรัสเซียและเมียนมา เพิ่มขึ้นถึง 40%
ปูตินยังกล่าวขอบคุณของขวัญแทนใจ คือ ช้าง 6 เชือก ที่เมียนมามอบให้เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งตอนนี้ถูกย้ายไปอยู่ที่สวนสัตว์มอสโกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ ทั้ง 2 ผู้นำยังได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือหลายฉบับ รวมไปถึงข้อตกลงที่รัสเซียจะไปสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กในเมียนมา
ภายใต้ข้อตกลงนี้ บริษัทโรซาตอม (Rosatom) รัฐวิสาหกิจด้านนิวเคลียร์ของรัสเซีย จะเป็นผู้ดำเนินการโครงการ ซึ่งจะทำให้เมียนมามีความสามารถในการผลิตพลังงานไฟฟ้าที่ 100 เมกะวัตต์ และอาจมีการขยายกำลังการผลิตได้ถึง 3 เท่า แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ตั้งโรงไฟฟ้า
นอกจากนี้ ปูตินยังประกาศว่า มิน อ่อง หล่าย จะเข้าร่วมพิธีสวนสนามทางทหาร ที่กรุงมอสโก ในวันที่ 9 พ.ค.นี้ เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปี วันแห่งชัยชนะของสหภาพโซเวียตเหนือนาซีเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 2 และหน่วยทหารของเมียนมาจะเข้าร่วมเดินสวนสนามด้วย
สำหรับรัสเซียให้การสนับสนุนกองทัพเมียนมาทั้งในด้านการทหารและการค้า เช่นเดียวกับจีน โดยรัสเซียถือเป็นประเทศแรกๆ ที่ออกมาสนับสนุนรัฐบาลทหารเมียนมา หลังเหตุรัฐประหาร ในขณะที่นานาชาติรุมประณาม
โดยเครื่องบินรบของรัสเซียมักถูกใช้ในการโจมตีพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งหลายกลุ่มเป็นพันธมิตรกับฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหาร