มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าแม้ข้อตกลงหยุดยิงบางส่วนอาจยังไม่เพียงพอต่อ แต่นับเป็นการผ่อนปรนที่มีความจำเป็นต่อการยุติความขัดแย้ง
โดยการเจรจากับสหรัฐฯที่จะเกิดขึ้นในประเทศซาอุดีอาระเบียวันนี้ ( อังคาร 11 มี.ค.) คาดว่าฝ่ายยูเครนจะเสนอการหยุดยิงทางอากาศและทางทะเล แม้ก่อนหน้านีั้ รัสเซียได้ปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว เนื่องจากมองว่าเป็นเพียงการซื้อเวลาและหลีกเลี่ยงการล่มสลายของกองทัพยูเครน
ขณะที่เมื่อวานนี้ (จันทร์ 10 มี.ค.) ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนได้เดินทางถึงซาอุดีอาระเบียเพื่อพบกับมกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แม้คาดหมายกันว่า ประธานาธิบดี เซเลนสกี จะไม่เข้าร่วมการพูดคุยในรอบดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
โดยทีมเจรจาของยูเครนจะนำโดย อังเดร เยอร์มัก (Andriy Yermak) ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ รวมถึงรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหม
ส่วนตัวแทนของสหรัฐฯ ประกอบไปด้วย รูบิโอ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่าง ไมค์ วอลซ์ ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่ชาติของทำเนียบขาว และ สตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษด้านตะวันออกกลางของสหรัฐฯ
โดยก่อนการเดินทางถึงเมืองเจดาห์ของซาอุดีอาระเบีย เมื่อวานนี้ (จันทร์ 10 มี.ค.) รูบิโอ ย้ำว่าการทราบถึงเจตจำนงของยูเครนอย่างชัดเจนคือสิ่งสำคัญต่อการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง พร้อมทั้งย้ำว่าทั้งรัสเซียและยูเครนต้องยอมรับในบางเรื่อง แม้เป็นสิ่งที่ทำได้ลำบาก
อย่างไรก็ ตาม รูบิโอ ยืนยันว่าจะไม่มีการสร้างเงื่อนไขที่บังคับให้รัสเซีย หรือ ยูเครน ต้องปฏิบัติตาม โดยสหรัฐฯเพียงต้องการรับฟังว่ายูเครน สามารถยอมรับการประนีประนอมได้มากน้อยเพียงใด เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับสิ่งที่รัสเซียต้องการ ซึ่งจะทำให้ทราบว่าทั้งสองประเทศมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างไร
นอกจากนี้ ผลการหารือที่ซาอุดีอาระเบียยังอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของสหรัฐฯว่าจะกลับมาให้ความช่วยเหลือยูเครนตามเดิมหรือไม่
ส่วนความเคลื่อนไหวในรัสเซียเมื่อวานนี้ สำนักงานความมั่นคงแห่งรัฐ ออกแถลงการณ์เรื่อง การเนรเทศเลขานุการโท และสามีของเลขานุการเอก ของสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำกรุงมอสโก โดยระบุว่า ทั้งสองคนทำงานด้านข่าวกรอง ซึ่งการที่ทั้งคู่เจตนาให้ข้อมูลเท็จแก่กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ถือเป็นการละเมิดกฎหมายของรัสเซียอย่างร้ายแรง
แถลงการณ์ดังกล่าวระบุด้วยว่า กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย เพิกถอนการรับรองทางการทูตให้แก่บุคคลทั้งสอง ซึ่งต้องเดินทางออกจากรัสเซียภายในสองสัปดาห์ นับตั้งแต่วันจันทร์ที่ 10 มี.ค.
สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและอังกฤษ อยู่ในสภาวะตึงเครียดมาโดยตลอด นับตั้งแต่อังกฤษกล่าวหารัฐบาลรัสเซียอยู่เบื้องหลังการลอบสังหารนายอเล็กซานเดอร์ ลิตวิเนนโก นักวิจารณ์การเมืองฝ่ายตรงข้ามทำเนียบเครมลิน ด้วยการวางยาพิษ เมื่อปี 2006 และกรณีการลอบทำร้ายนายเซอร์เก สกรีพัล อดีตสายลับรัสเซียที่ลี้ภัยในอังกฤษ เมื่อปี 2018
นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังมีความขัดแย้งกันเรื่องสงครามในยูเครน เมื่อนายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ ผู้นำอังกฤษมีแนวคิดจะส่ง “ทหารรักษาสันติภาพ” เข้าไปในยูเครน ซึ่งรัฐบาลรัสเซียไม่เห็นด้วย