การเจรจาหยุดยิงระหว่างรัสเซียและยูเครนกำลังจะมีความเคลื่อนไหวสำคัญอีกครั้งในช่วงต้นสัปดาห์หน้า โดยวันจันทร์ที่ 10 มี.ค. ที่จะถึงนี้ ซาอุดีอาระเบียจะทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพการประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่ยูเครนและสหรัฐฯ ซึ่งจะมีประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เดินทางไปด้วย ส่วนฝ่ายสหรัฐฯ ยังไม่มีการยืนยันว่า ประธานาธิบดี โดนัล์ ทรัมป์ จะเข้าร่วมการพูดคุยในครั้งนี้หรือไม่
เซเลนสกีเปิดเผยว่า การเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียในวันที่ 10 มี.ค. จะเป็นการเข้าเฝ้าฯ เจ้าชาย โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน จากนั้นจะเป็นการหารือร่วมกันระหว่างคณะทำงานของฝ่ายยูเครนและฝ่ายสหรัฐฯ
โดยเซเลนสกีย้ำว่า ยูเครนต้องการให้มีสันติภาพเกิดขึ้นมากที่สุด พร้อมทั้งเรียกร้องผู้นำขาติพันธมิตรในยุโรปสนับสนุนแนวคิดการหยุดยิงทางอากาศและทางทะเล รวมทั้งห้ามรัสเซียโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงาน หรือระบบที่เกี่ยวกับพลเรือนอื่น ๆ ของยูเครน
ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุเมื่อวันที่ 6 มี.ค. ว่า ตนเองมีแผนจะเดินทางไปซาอุดีอาระเบียเช่นกัน แต่ยังไม่เปิดเผยว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาใด และการเยือนในรอบนี้จะมีจุดประสงค์เพื่อเจรจาด้านการค้าการลงทุนที่จะเป็นประโยชน์ต่อภาคเอกชนของสหรัฐฯ นับล้านล้านดอลลาร์ตลอด 4 ปีนับจากนี้
ส่วนความคืบหน้าหลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศระงับการส่งต่อข้อมูลข่าวกรองให้ยูเครน ล่าสุด โอลิเวอร์ แคร์โรล ผู้สื่อข่าวต่างประเทศของสำนักข่าว Economist ได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียเปิดเผยว่า สหรัฐฯ ได้ยุติการส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ให้กับยูเครนสำสำหรับการโจมตีระยะไกลด้วยขีปนาวุธหลายลำกล้อง "ไฮมาร์ส" (Himars)
โดยนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้มอบระบบยิงขีปนาวุธไฮมาร์สมากกว่า 40 ชุด พร้อมด้วยเครื่องกระสุนขีปนาวุธหลายพันลูกให้แก่ยูเครน สำหรับการโจมตีเป้าหมายทางทหารและระบบป้องกันภัยทางอากาศที่อยู่ลึกเข้าไปภายในดินแดนรัสเซีย