มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 40 รายหลังจากพายุทอร์นาโด ซึ่งเริ่มก่อตัวเมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้พัดถล่มพื้นที่ทางตอนกลางและตอนใต้ของสหรัฐฯ โดยมิสซูรีเป็นรัฐที่ได้รับผลกระทบจากพายุมากที่สุด มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 รายในรัฐนี้
ขณะที่ลมแรงในเท็กซัสและแคนซัสทำให้เกิดพายุฝุ่น ส่งผลให้รถชนกันและมีผู้เสียชีวิตกว่า 12 ราย สภาพอากาศเลวร้ายยังทำให้เกิดไฟป่าที่ร้ายแรงเกือบ 150 จุดในโอคลาโฮมา นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตในอาร์คันซอ แอละบามา และมิสซิสซิปปี
ทางการยังได้ออกประกาศเตือนนำท่วมในบางพื้นที่ของเท็กซัส ลุยเซียนา แอละบามา อาร์คันซอ เทนเนสซี มิสซิสซิปปี จอร์เจีย เคนทักกี และนอร์ทแคโรไลนา และมีการประกาศภาวะฉุกเฉินในรัฐอาร์คันซอ จอร์เจีย และโอคลาโฮมา
ประชาชนมากกว่า 320,000 คนทั่วทั้งภูมิภาคไม่มีไฟฟ้าใช้ในช่วงเย็นวันที่ 16 มี.ค.
ในรัฐโอคลาโฮมา ไฟป่าเกือบ 150 ครั้งที่เกิดจากลมแรง 133 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้รถบรรทุกพ่วงหลายคันได้รับความเสียหาย แพทย์นิติเวชประจำรัฐกล่าวว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 รายที่นั่นอันเป็นผลจากไฟไหม้หรือลมแรง
ไฟป่าเผาผลาญพื้นที่ไปแล้วกว่า 170,000 เอเคอร์ และทำลายอาคารบ้านเรือนไปเกือบ 300 หลัง รวมถึงฟาร์มเฮาส์ที่เป็นของผู้ว่าการรัฐโอคลาโฮมา เควิน สติตต์
ในรัฐแคนซัส มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย หลังจากรถยนต์มากกว่า 55 คันชนกันเนื่องจากพายุฝุ่น ส่วนในรัฐเท็กซัส พายุฝุ่นทำให้รถชนกันประมาณ 38 คัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย
มีผู้เสียชีวิต 6 รายในรัฐมิสซิสซิปปี และอีก 3 รายในรัฐแอละบามา รวมทั้งหญิงวัย 82 ปี ขณะที่ในรัฐอาร์คันซอ เจ้าหน้าที่รายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 3 รายและบาดเจ็บ 29 ราย
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ กล่าวว่ากองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิได้ถูกส่งไปประจำการที่รัฐอาร์คันซอเพื่อช่วยรับมือกับพายุแล้ว
เรียบเรียงจาก BBC