หลังจากที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ประกาศหยุดการโจมตียูเครนชั่วคราวเนื่องในวันอีสเตอร์ ซึ่งถือเป็นวันสำคัญสำหรับคริสตศาสนิกชน ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 19 ถึงเที่ยงคืนวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา
ล่าสุด วันที่ 21 เมษายน กองทัพยูเครนรายงานว่า กองทัพรัสเซียเดินหน้ารุกใส่ยูเครนในหลายพื้นที่ เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังพ้นช่วงเวลาหยุดยิง โดยทางกองทัพอากาศยูเครนเปิดเผยว่า ได้ออกประกาศเตือนการโจมตีในภูมิภาคเคียฟ เคอร์ซอน ดนิโปรเปตรอฟสค์ เชอร์คาซี ไมโคไลฟ และซาโปริซเซีย
นอกจากนี้ยังระบุว่า รัสเซียได้ส่งโดรนกว่า 96 ลำ และจรวดมิสไซล์ 3 ลูก เข้าถล่มในหลายพื้นที่ด้วย
ช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางการท้องถิ่นหลายแห่งของยูเครน โดยเฉพาะเมืองหลวงอย่างกรุงเคียฟ ได้เร่งให้ประชาชนอพยพไปยังศูนย์พักพิงใกล้เคียงทันที เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะถูกโดรนจะโจมตี โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในเคียฟ กล่าวว่า กองกำลังป้องกันภัยทางอากาศกำลังดำเนินการเพื่อโจมตีเป้าหมาย
ขณะที่ทางตอนใต้ของเมืองไมโคไลฟ นายกเทศมนตรีโอเล็กซานเดอร์ เซนเควิช กล่าวว่า ได้ยินเสียงระเบิด แต่ยังไม่ชัดเจนว่ามีผู้เสียชีวิตหรือไม่ ซึ่งในเวลาต่อมา วิทาลี คิม หัวหน้าส่วนภูมิภาคไมโคไลฟ กล่าวว่า เมืองนี้ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธจริง แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือความเสียหายใด ๆ
กองทัพอากาศยูเครน ยังโพสต์ Telegram รายงานว่า หน่วยป้องกันภัยทางอากาศได้ยิงโดรนของรัสเซียตก 42 ลำด้วย
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน อ้างอิงรายงานของโอเล็กซานเดอร์ ซิร์สกี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ระบุว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมาว่า มีการยิงถล่มของรัสเซียทั้งหมด 1,882 ครั้ง โดย 812 ครั้งเป็นการใช้อาวุธหนัก การยิงถล่มและการโจมตีที่รุนแรงที่สุดเกิดขึ้นในยูเครนตะวันออกใกล้กับเมืองโปครอฟสค์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ที่สำคัญในภูมิภาคโดเน็ตสก์
นอกจากนี้ในช่วงที่มีการหยุดยิง ประธานาธิบดีเซเลนสกี ยังมีการออกมาโจมตีรัสเซียว่า พยายามเอาหน้าด้วยการประกาศหยุดยิงชั่วคราวในวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันอีสเตอร์ ทั้งที่ในความเป็นจริง ปฏิบัติการทางทหารจากฝ่ายรัสเซีย ยังคงดำเนินอยู่ในหลายพื้นที่
ที่มา: BBC / The Guardian