วันที่ 20 เม.ย. กองทัพอากาศเกาหลีใต้ออกคำสั่งระงับการขึ้นบินของเครื่องบินรบเกือบทั้งหมดที่มีในกองทัพ หลังเมื่อวันที่ 18 เม.ย. เกิดเหตุเครื่องบินโจมตีเบา KA-1 ของกองทัพได้ปล่อยตลับกระสุนปืนกล 2 ตลับและถังเชื้อเพลิงที่หมดแล้วลงสู่พื้นด้านล่างโดยไม่ได้ตั้งใจ
โดยเครื่องบิน KA-1 ลำหนึ่งที่เข้าร่วมการฝึกซ้อมตอนกลางคืนเหนือเมืองพยองชาง ห่างจากกรุงโซลไปทางตะวันออกประมาณ 125 กิโลเมตร ได้ทิ้งชิ้นส่วนดังกล่าวลงในพื้นที่ภูเขา ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหาย
ทั้งนี้ กองทัพอากาศยังไม่สามารถกู้ถังเชื้อเพลิงและกระสุนจริงขนาด 12.7 มม. จำนวนมากกว่า 500 นัดที่ถูกทิ้งลงมาได้
แต่กองทัพอากาศตัดสินใจบังคับใช้ข้อจำกัดการบินกับเครื่องบินรบทั้งหมด ยกเว้นเครื่องบินที่ต้องปฏิบัติการลาดตระเวนหรือเครื่องบินที่สแตนด์บายฉุกเฉิน มีผลจนถึงเช้าวันที่ 22 เม.ย.
การเคลื่อนไหวดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลต่อการซ้อมรบทางอากาศ Freedom Flag ซึ่งเป็นการซ้อมรบร่วมขนาดใหญ่ระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ที่ดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย.
การซ้อมรบซึ่งจะจัดขึ้นจนถึงวันที่ 2 พ.ค. นั้น มีทหารประมาณ 1,100 นายและเครื่องบิน 90 ลำจากทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม รวมถึงเครื่องบินขับไล่ F-35A, F-15K และ KF-16 ของเกาหลีใต้ เครื่องบินขับไล่ F-16 และ F-35 B ของสหรัฐฯ และโดรน MQ-1 และ MQ-9 ของสหรัฐฯ
คาดว่าการซ้อมรบจะเริ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงบ่ายวันที่ 22 เม.ย.
พล.อ.อี ยองซู เสนาธิการกองทัพอากาศ จะจัดการประชุมระดับผู้บัญชาการในวันที่ 21 เม.ย. เพื่อหารือกำหนดมาตรการและการตรวจสอบที่เข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่คล้ายคลึงกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก
อุบัติเหตุล่าสุดนี้เกิดขึ้นเพียงประมาณ 1 เดือนหลังจากเครื่องบินขับไล่ KF-16 จำนวน 2 ลำทิ้งระเบิด MK-82 จำนวน 8 ลูกโดยผิดพลาดนอกสนามฝึกในเมืองโพชอน ทางตอนเหนือของกรุงโซลประมาณ 40 กิโลเมตร ในระหว่างการฝึกซ้อมเมื่อวันที่ 6 มี.ค. ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 52 คน รวมถึงพลเรือน 38 คน
เรียบเรียงจาก Yonhap