จากกรณีเมื่อปลายเดือน มี.ค. ที่มีรายงานว่า ทีมงานฝ่ายความมั่นคงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ดึงนักข่าวเข้าไปในกลุ่มแชต จนทำให้แผนการโจมตีกลุ่มติดอาวุธฮูตีในเยเมนวันที่ 15 มี.ค. รั่วไหล และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนนั้น
ล่าสุดนิวยอร์กไทม์สรายงานว่า พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ นอกจากจะเปิดแผนต่อนักข่าวแล้ว ยังได้เปิดเผยแผนการทางทหารถล่มกลุ่มฮูตีผ่านทางแชตให้ “ครอบครัว” ด้วย
โดยแชตที่สองนี้ยังคงเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม Signal แต่ครั้งนี้พบว่าใช้โทรศัพท์ส่วนตัวของเขา ขณะที่ครั้งแรกเป็นโทรศัพท์ของรัฐบาล โดยในกลุ่ม Signal กลุ่มนี้มีภรรยา ทนายความ และน้องชายของเขาเข้าร่วมด้วย
แหล่งข่าวกล่าวว่า ข้อมูลที่เฮกเซธเปิดเผยในกลุ่มแชต Signal ของครอบครัวนั้น รวมถึงข้อมูลตารางการบินของเครื่องบินรบ F/A-18 Hornets ที่จะโจมตีกลุ่มฮูตีในเยเมน โดยพื้นฐานแล้วเป็นแผนการโจมตีแบบเดียวกับที่เขาเปิดเผยในกลุ่มแชตที่มีนักข่าวของ The Atlantic อยู่ด้วย
เจนนิเฟอร์ ภรรยาของเฮกเซธ ซึ่งเคยเป็นอดีตโปรดิวเซอร์ของ Fox News ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของกระทรวงกลาโหม แต่เธอได้เดินทางไปต่างประเทศกับเขาอยู่บ้าง และมีรายงานว่าไปร่วมประชุมลับกับผู้นำต่างประเทศกับสามี
ส่วน ฟิล เฮกเซธ น้องชายของ รมว.กลาโหม ทำงานอยู่ในกระทรวงกลาโหม แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเหตุใดเขาจึงจำเป็นต้องทราบข้อมูลเกี่ยวกับการโจมตีทางทหารที่กำลังจะเกิดขึ้นกับกลุ่มฮูตีในเยเมน
แหล่งข่าวระบุว่า โดยปกติแล้ว เฮกเซธไม่ได้ใช้ห้องแชตนี้เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารที่ละเอียดอ่อน และกล่าวว่าห้องแชตนี้ไม่ได้มีเจ้าหน้าที่ระดับคณะรัฐมนตรีคนอื่น ๆ
แหล่งข่าวยังบอกว่า เฮกเซธได้แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับแผนการโจมตีเยเมนในห้องแชตครอบครัวในเวลาไล่เลี่ยกันกับที่เขากำลังใส่รายละเอียดเดียวกันนี้ลงในกลุ่มแชตกลุ่มแรกที่มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และนักข่าวรวมอยู่ด้วย
ทั้งนี้ รัฐบาลทรัมป์ยืนยันว่า ข้อมูลที่หลุดออกมาจากกลุ่มแชตเหล่านี้ไม่ใช่ข้อมูลลับที่มีผลต่อความมั่นคงของชาติ
แต่อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านกลาโหมหลายคนกล่าวว่า ข้อความที่อธิบายเวลาปล่อยเครื่องบินและประเภทของเครื่องบินที่ใช้ปฏิบัติการก่อนการโจมตีถือเป็นข้อมูลลับที่หากรั่วไหลไปยังศัตรู อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของนักบินได้
อย่างไรก็ตาม ที่ปรึกษาอาวุโส 2 คนของเฮกเซธ คือ แดน คาลด์เวลล์ และดาริน เซลนิก ซึ่งอยู่ในกลุ่มแชตแรก กลับถูกกล่าวหาว่าทำให้ข้อมูลรั่วไหลโดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อสัปดาห์ที่แล้วและถูกไล่ออก
คาลด์เวลล์และเซลนิกได้ออกมาประกาศแสดงความบริสุทธิ์ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้เรื่องการปล่อยข้อมูลรั่วไหล
ขณะที่เมื่อวันที่ 20 เม.ย. เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหม จอห์น อุลเลียต ซึ่งลาออกจากกระทรวงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กล่าวในบทความของสื่อ Politico ว่า”กระทรวงกลาโหมภายใต้การนำของเฮกเซธตกอยู่ในความโกลาหล” และแนะนำว่าทรัมป์ควรปลดเขาออก
แหล่งข่าวรายหนึ่งบอกว่า ผู้ช่วยของเฮกเซธได้เตือนเขา 1 หรือ 2 วันก่อนการโจมตีในเยเมนว่า ไม่ให้พูดคุยรายละเอียดปฏิบัติการที่ละเอียดอ่อนดังกล่าวในกลุ่มแชต Signal ของเขา เพราะถึงแม้จะเข้ารหัส แต่ก็ไม่ถือว่าปลอดภัยเท่ากับช่องทางของรัฐบาลที่มักใช้ในการพูดคุยเกี่ยวกับการวางแผนสงครามและปฏิบัติการรบที่ละเอียดอ่อนมาก แต่ไม่ชัดเจนว่าเฮกเซธตอบสนองต่อคำเตือนดังกล่าวอย่างไร
ขณะที่เมื่อต้นเดือน เม.ย. รักษาการผู้ตรวจการแผ่นดินประกาศว่า เขาจะตรวจสอบเรื่องการเปิดเผยข้อมูลการโจมตีเยเมนของเฮกเซธ
สตีเวน สเต็บบินส์ รักษาการผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า “วัตถุประสงค์ของการตรวจสอบนี้คือ เพื่อพิจารณาว่า รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมและเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมคนอื่น ๆ ปฏิบัติตามนโยบายและขั้นตอนของกระทรวงกลาโหมในการใช้แอปพลิเคชันส่งข้อความเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการในระดับใด”
ไม่ชัดเจนว่า การตรวจสอบของสเต็บบินส์จะครอบคลุมการแชตในกลุ่มสองที่มีภรรยาและน้องชายของเฮกเซธด้วยหรือไม่
เรียบเรียงจาก New York times