เมื่อวันที่ 29 เม.ย. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ พีต เฮกเซธ ได้เข้าชี้แจงต่อรัฐสภาหรือสภาคองเกรสและตอบข้อซักถามเกี่ยวกับสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน โดยเป็นการชี้แจงครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ.
จูลส์ เฮิร์สต์ ที่ 3 ผู้ควบคุมงบของเพนตากอน ได้เปิดเผยค่าใช้จ่ายอย่างเป็นทางการของการสงครามต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก โดยอยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.2 แสนล้านบาท)
เฮิร์สต์กล่าวว่า “ส่วนใหญ่” ของ้นทุนดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายด้านกระสุน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการส่งกำลังบำรุงไปยังตะวันออกกลาง และอุปกรณ์ที่สูญเสียไปในการสู้รบ
เฮกเซธไม่ได้กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวรวมถึงความเสียหายต่อฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางหรือค่าใช้จ่ายในการเติมคลังอาวุธของสหรัฐฯ หรือไม่ สื่อสหรัฐฯ รายงานว่าฝ่ายบริหารกำลังพิจารณาขอเงินเพิ่มอีก 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.5 ล้านล้านบาท) จากสภาคองเกรสสำหรับความพยายามในสงคราม แม้ว่าจะยังไม่มีการยื่นคำขออย่างเป็นทางการก็ตาม
เฮกเซธเผชิญกับการตั้งคำถามที่รุนแรงที่สุดในหัวข้อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ซักถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเกี่ยวกับเป้าหมายของสงคราม
สส. อดัม สมิธ จากพรรคเดโมแครต ได้หยิบยกคำกล่าวที่ดูเหมือนขัดแย้งกันของเฮกเซธที่ว่า โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน “ถูกทำลายล้างไปแล้ว” ตั้งแต่สงคราม 12 วันในปี 2025 แต่ในช่วงก่อนสงครามครั้งล่าสุดกลับกล่าวว่ามันเป็นภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามา
“เราต้องเริ่มสงครามนี้ คือสิ่งที่คุณเพิ่งพูดไปเมื่อ 60 วันก่อน เพราะอาวุธนิวเคลียร์เป็นภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามา ตอนนี้คุณบอกว่ามันถูกทำลายล้างไปหมดแล้ว หรือจริง ๆ แล้วโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านยังคงเหมือนเดิมก่อนที่สงครามครั้งนี้จะเริ่มต้น” สมิธกล่าว
เฮกเซธตอบว่า “โรงงานของพวกเขาถูกทิ้งระเบิดและทำลายล้างไปแล้ว แต่ความทะเยอทะยานของพวกเขายังคงดำเนินต่อไป และพวกเขากำลังสร้างเกราะป้องกันแบบดั้งเดิม”
เฮกเซธยังแสดงความไม่พอใจเมื่อ สส. จอห์น การาเมนดี จากพรรคเดโมแครต เรียกสงครามครั้งนี้ว่า “บึงโคลน” และ “หายนะทางการเมืองและเศรษฐกิจในทุกระดับ”
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวหา สส. การาเมนดีว่า “กำลังมอบโฆษณาชวนเชื่อให้กับศัตรูของเรา”
เขาเสริมว่า “ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เราเผชิญในขณะนี้ คือคำพูดที่ประมาท ไร้ประสิทธิภาพ และสิ้นหวังของ สส. พรรคเดโมแครตและ สส. พรรครีพับลิกันบางคน”
เฮกเซธยังยืนยันว่า รัฐบาลทรัมป์ได้ “พิจารณาในทุกแง่มุม” ของความเป็นไปได้ที่อิหร่านอาจปิดช่องแคบฮอร์มุซ การควบคุมเส้นทางการขนส่งเชื้อเพลิงฟอสซิลที่สำคัญของเตหะรานได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นจุดต่อรองหลักในสงคราม
เฮกเซธถูกถามเกี่ยวกับคำกล่าวในอดีตของเขาที่ว่า กองกำลังสหรัฐฯ “จะไม่ไว้ชีวิต ไม่เมตตาต่อศัตรูของเรา”
วลีนี้ในอดีตหมายถึงการสังหารนักรบฝ่ายศัตรู แม้ว่าพวกเขาจะยอมจำนนแล้วก็ตาม ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมสงครามภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายมนุษยธรรม
เมื่อถูกถามว่าเขายังคงยืนยันคำกล่าวนี้หรือไม่ เฮกเซธตอบว่า “กระทรวงสงครามต่อสู้เพื่อชัยชนะ และเรามั่นใจว่านักรบของเรามีกฎการสู้รบที่จำเป็นเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
ในอีกกรณีหนึ่ง ผู้แทนราษฎร โร คันนา ถามเฮกเซธเกี่ยวกับปฏิบัติการโจมตีโรงเรียนในมินาบ ซึ่งทำให้เด็กเสียชีวิตอย่างน้อย 120 คน
“การโจมตีโรงเรียนในอิหร่านที่เด็ก ๆ เสียชีวิตนั้น ทำให้ผู้เสียภาษีชาวอเมริกันต้องเสียค่าใช้จ่ายไปเท่าไหร่ ในแง่ของขีปนาวุธที่เราใช้?” คันนาถาม
เฮกเซธตอบว่า “สถานการณ์ที่น่าเศร้าดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ผมจะไม่ระบุค่าใช้จ่ายใด ๆ”
ในอีกช่วงหนึ่ง เฮกเซธถูกถามเกี่ยวกับคำขู่ของทรัมป์ที่จะ “ทำลายอารยธรรมทั้งหมด” ว่า นั่นแสดงให้เห็นว่าเขาขาดความพร้อมทางจิตใจที่จะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีหรือไม่
เฮกเซธเรียกทรัมป์ว่า “ผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่เฉียบแหลมและมีวิสัยทัศน์ที่สุดที่เราเคยมีมาในรอบหลายชั่วอายุคน”
เรียบเรียงจาก Al Jazeera