เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า เขาไม่พอใจที่รัสเซียโจมตีใส่เคียฟ เมืองหลวงของยูเครน เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยบอกว่า มันไม่มีความจำเป็น และเป็นจังหวะที่แย่มาก พร้อมกับบอกว่า “วลาดิเมียร์ หยุด!” ทหารกำลังเสียชีวิตสัปดาห์ละ 5,000 นาย มาบรรลุข้อตกลงสันติภาพกันให้ได้เถอะ
ปฏิกิริยาล่าสุดของทรัมป์มีขึ้นในขณะที่เขากำลังเร่งผลักดันให้สงครามยูเครนยุติลง โดยมีรายงานว่าแผนของเขาเอื้อประโยชน์ให้กับรัสเซียมากกว่า
เช่น การยอมรับการผนวกไครเมียเมื่อปี 2014 ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ระบุว่า ไม่สามารถยอมรับได้
ทั้งนี้ มีกระแสคาดการณ์ว่า ทรัมป์ต้องการให้มีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงก่อนวันที่ 30 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง ครบ 100 วัน
ล่าสุด ทรัมป์ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่กรุงวอชิงตันเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า เขามีเส้นตายของเขา
“ผมมีเส้นตายของตัวเอง ผมมีเส้นตาย และเราต้องการให้มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และนายกรัฐมนตรีก็กำลังช่วยเรา เขาเองก็อยากให้มันเกิดขึ้นเร็วเหมือนกัน และผมคิดว่าทุกคนในนาโตเวลานี้ก็อยากเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้น เราจึงมีเส้นตาย และหลังจากนั้น เราจะมีท่าทีที่แตกต่างออกไปมาก แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้มีโอกาสสูงที่จะสำเร็จ”
ทรัมป์ยืนยันด้วยว่า เขาไม่ได้เข้าข้างฝ่ายไหนแต่มุ่งเน้นไปที่การยุติความขัดแย้ง เขากำลังกดดันปูตินให้ยุติสงคราม แม้จะอ้างว่าการที่รัสเซียตกลงไม่ยึดครองยูเครนทั้งหมดถือเป็นการประนีประนอมที่เยอะมากแล้ว “เรากำลังกดดันรัสเซียอย่างหนัก และรัสเซียก็รู้ คนใกล้ชิดพวกเขาก็รู้ ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงไม่ยอมคุยด้วยตอนนี้”
การโจมตีใส่กรุงเคียฟเมื่อวันที่ 23 เม.ย. ถือเป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดในปีนี้ ซึ่งจนถึงขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 12 ราย และบาดเจ็บอีกไม่ต่ำกว่า 90 คน นอกจากนี้ รัสเซียยังโจมตีเมืองคาร์คิฟและเมืองอื่น ๆ ด้วย
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครนบอกกับผู้สื่อข่าวระหว่างเยือนแอฟริกาใต้ว่า สหรัฐฯ สามารถแสดงท่าทีที่เด็ดขาดต่อรัสเซียมากกว่านี้ได้ เพื่อให้เกิดการหยุดยิง
เมื่อถูกถามว่าเขายินดีจะยอมลดเงื่อนไขหรือไม่ เซเลนสกีตอบว่า การที่ยูเครนยินดีเจรจากับรัสเซียถือเป็นการประนีประนอมที่มากแล้ว และการหยุดยิงต้องเป็นก้าวแรก