รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมอนุมัติการขายอาวุธให้ยูเครนเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่สอง โดยเอกสารที่ส่งถึงคณะกรรมาธิการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของวุฒิสภาสหรัฐฯ ระบุว่า กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ได้รับรองใบอนุญาตที่เสนอให้ส่งออกอุปกรณ์และบริการด้านการป้องกันประเทศมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป (ราว 1,800 ล้านบาท)
ซึ่งถือเป็นการอนุญาตในลักษณะนึ้ครั้งแรก หลังจากที่ทรัมป์ระงับความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครน ไม่นานหลังจากเข้ารับตำแหน่ง
ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ และยูเครนบรรลุข้อตลงแร่เมื่อ 30 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีคนแรกของยูเครน ยูเลีย สวีรีเดนโก ได้ลงนามข้อตกลงดังกล่าวที่กรุงวอชิงตัน ร่วมกับสกอต เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ คาดว่า รัฐสภายูเครนจะให้สัตยาบันข้อตกลงนี้ภายในหนึ่งสัปดาห์
ด้านประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวในวิดีโอแถลงประจำวันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม ว่า การลงนามข้อตกลงด้านแร่ธาตุ ซึ่งเจรจากันมานานและมีเงื่อนไขที่ดีกับยูเครนมากกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ เป็นผลโดยตรงจากการพบปะกับทรัมป์ระหว่างพิธีพระศพของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเมื่อ 26 เมษายนที่ผ่านมา
เซเลนสกี กล่าวว่า “นี่คือผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมครั้งแรกจากการประชุมที่วาติกัน ซึ่งทำให้การพบกันครั้งนั้นมีความสำคัญในประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง เราหวังว่าจะมีผลลัพธ์อื่น ๆ ตามมา เพราะมันเป็นการประชุมที่มีความหมาย และผมกับประธานาธิบดีทรัมป์ได้ใช้เวลาทุกนาทีอย่างคุ้มค่า”
เซเลนสกีกล่าวชื่นชมข้อตกลงนี้ด้วยว่า เป็นข้อตกลงที่เท่าเทียมกันอย่างแท้จริง และสร้างโอกาสในการลงทุนมากมายในยูเครน
ขณะเดียวกัน โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และรัฐมนตรีต่างประเทศมาร์โก รูบิโอ ได้แต่งตั้งให้จูลี เดวิส ซึ่งปัจจุบันเป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำไซปรัส ให้ดำรงตำแหน่งอุปทูตประจำสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเคียฟ หลังจากเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำยูเครน บริดเจต บริงค์ ลาออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนที่แล้ว