ทำเนียบเครมลินระบุในแถลงการณ์ที่ออกมาเมื่อคืนวันที่ 14 พ.ค. ว่า คณะผู้แทนของรัสเซียที่จะเดินทางไปเยือนตุรกี จะนำโดยวลาดิเมียร์ เมดินสกี ผู้ช่วยของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และอดีตรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมของรัสเซีย ที่เคยเป็นหัวหอกในการเจรจาเมื่อปี 2022
หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ก็ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะไม่เข้าร่วมการเจรจาเช่นกัน โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้กล่าวว่า เขาจะเดินทางไปตุรกีก็ต่อเมื่อปูตินไปด้วย
ทั้งนี้ เมดินสกีจะเดินทางไปยังอิสตันบูล พร้อมกับอเล็กซานเดอร์ โฟมิน รัฐมนตรีช่วยกลาโหม, มิคาอิล กาลูซิน รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ และอิกอร์ คอสตูคอฟ หัวหน้าหน่วยข่าวกรองทางทหารของรัสเซีย
การที่รัสเซียตั้งเมดินสกีให้เป็นผู้นำคณะเจรจา แสดงให้เห็นว่า รัสเซียต้องการการรื้อฟื้นการเจรจาตามแนวทางเมื่อปี 2022 ซึ่งในตอนนั้นมีข้อเรียกร้องที่สุดโต่ง เช่น การจำกัดกองทัพยูเครน และห้ามยูเครนฟื้นฟูประเทศด้วยการสนับสนุนจากชาติตะวันตก ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ยูเครนระบุว่าไม่สามารถยอมรับได้
ที่น่าสังเกตคือ รัสเซียไม่ได้ส่งนักการทูตระดับสูงสุดสองคน ได้แก่ ยูริ อูชาคอฟ และเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ ซึ่งเคยเข้าร่วมการเจรจาระดับสูงกับสหรัฐฯ หลายครั้งในซาอุดีอาระเบีย
ก่อนหน้านี้มีแรงกดดันอย่างหนักให้ปูตินเข้าร่วมการเจรจา หลังจากเซเลนสกีและโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ผู้นำรัสเซียเดินทางไปอิสตันบูลเพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพ
ขณะเดียวกัน เซเลนสกีได้เดินทางไปยังกรุงอังการา เมืองหลวงของตุรกี ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 14 พ.ค. และมีกำหนดพบหารือกับประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป แอร์โดอัน ในวันที่ 15 พ.ค. โดยก่อนหน้านี้ ผู้นำยูเครนระบุว่า เขาพร้อมที่จะบินไปอิสตันบูลทันที หากผู้นำรัสเซียเดินทางมา