กระทรวงการรวมชาติเกาหลีใต้ (Ministry of Unification) เปิดเผยรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับผู้แปรพักต์ชาวเกาหลีเหนือที่อพยพมายังเกาหลีใต้ เมื่อวันพุธที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ระบุว่า ทางการได้นับสถิติถึงช่วงสิ้นปี 2024 พบว่าผู้แปรพักตร์ชาวเกาหลีเหนือทั้งหมด 211 คนมีงานทำในภาคบริการสาธาณะ ซึ่งมากกว่าปี 2023 กว่า 17 คน
ทางกระทรวงระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งเป็นปีที่มีผู้แปรพักตร์ชาวเกาหลีเหนือเริ่มทำงานภาคบริการสาธาณะในเกาหลีใต้อย่างจริงจัง
โดยรัฐบาลเกาหลีใต้ ได้ขยายการสนับสนุนผู้แปรพักตร์ชาวเกาหลีเหนือที่ประสบปัญหาการว่างงานและการแยกตัวทางสังคมขณะที่พวกเขาปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่หลังหลบหนีมายังเกาหลีใต้
ทางกระทรวงกล่าวว่า รัฐบาลมีความต้องการเพิ่มขึ้นในการขยายโอกาสสำหรับผู้แปรพักตร์ชาวเกาหลีเหนือเพื่อเข้าสู่การรับราชการ เพื่อให้พวกเขาสามารถมีส่วนร่วม และมีส่วนสนับสนุนในการกำหนดนโยบายของรัฐบาลได้โดยตรง
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทางการเกาหลีใต้ได้เร่งรัดการจัดโครงการบูรณาการทางสังคม พร้อมเสนอการสนับสนุนทางการเงิน และสร้างแรงจูงใจผ่านนโยบายภาษีสำหรับบริษัทที่จ้างผู้แปรพักตร์จากเกาหลีเหนือ
นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน คิม ยองโฮ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการรวมชาติเกาหลีใต้ ได้ร่วมรับประทานอาหารกับผู้แปรพักตร์จากเกาหลีเหนือที่ปฏิบัติราชการด้วย
รายงานเปิดเผยว่า ในเกาหลีใต้มีผู้แปรพักตร์จากเกาหลีเหนืออาศัยอยู่ประมาณ 30,000 คน แต่การแปรพักตร์เริ่มลดลงนับตั้งแต่เกิดโรคระบาดโควิด-19 ทำให้ประเทศต่าง ๆ ต้องปิดพรมแดน ซึ่งก่อนปี 2020 พบว่าชาวเกาหลีเหนือมากกว่า 1,000 คนหลบหนีไปยังเกาหลีใต้ทุกปี
ขณะที่เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2024 แท ยองโฮ อดีตนักการทูตเกาหลีเหนือ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำคนใหม่ของสภาที่ปรึกษาประธานาธิบดีด้านการรวมชาติของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้แปรพักตร์คนแรกที่ได้รับตำแหน่งสูงเช่นนี้ในรัฐบาล
กระทั่งต่อมาในปี 2020 แท กลายเป็นผู้แปรพักตร์คนแรกที่ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกรัฐสภาเกาหลีใต้ ขณะที่รัฐบาลเกาหลีเหนือเรียกแท ว่า "ขยะสังคม" พร้อมกล่าวหาว่าเขาทำผิดกฎหมายต่าง ๆ รวมทั้งยักยอกทรัพย์
ผู้แปรพักตร์เหล่านี้ได้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับระบอบการปกครองที่เป็นความลับอย่างยิ่งภายใต้การนำของผู้นำคิม จองอึน พวกเขาได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งความอดอยาก การบังคับใช้แรงงาน และการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยโดยรัฐบาล
ทว่าหลายคนต้องเผชิญกับความท้าทายที่ร้ายแรงเมื่อต้องปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ ไม่ว่าจะเป็นความยากลำบากในการหางานและรักษางาน การตีตราทางสังคม และปัญหาสุขภาพจิตที่เกิดจากประสบการณ์เลวร้ายในเกาหลีเหนือ
ที่มา: BBC