กองทัพรัสเซียปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มเป้าหมายทั่วยูเครน ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 คนและบาดเจ็บกว่า 50 คน ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่มีขึ้นขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังคงแลกเปลี่ยนเชลยสงครามภายใต้ข้อตกลงที่เห็นชอบร่วมกันในการหารือแบบพบหน้ากันครั้งแรกในรอบ 3 ปีที่นครอิสตันบูลของตุรกี เมื่อสัปดาห์ที่แล้วปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของกองทัพรัสเซียถล่มเป้าหมายทั่วยูเครน ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 คนและมีรายงานพลเรือนได้รับบาดเจ็บ 56 คน ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา
ด้านกองทัพอากาศของยูเครน ระบุว่า รัสเซียยิงโดรน 250 ลำและขีปนาวุธ 14 ลูกโจมตีถล่มกรุงเคียฟ เพียงจุดเดียว ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้อาคารที่พักอาศัยและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 14 คน โดยกองทัพสามารถยิงสกัดขีปนาวุธได้ 6 ลูกและโดรนอีก 245 ลำ
ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน โพสต์ข้อความบนเอ็กซ์ว่า ด้วยการโจมตีแต่ละครั้ง โลกยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่าสาเหตุที่ทำให้สงครามยืดเยื้ออยู่ที่ฝ่ายมอสโก พร้อมเสริมว่า มีเพียงการคว่ำบาตรเพิ่มเติมที่เจาะจงเป้าหมายในภาคส่วนหลักของเศรษฐกิจรัสเซียเท่านั้นที่จะสามารถกดดันให้รัฐบาลมอสโกยอมตกลงหยุดยิงได้
การโจมตีหนักหน่วงช่วงข้ามคืนดังกล่าว เกิดขึ้นในขณะที่รัสเซียและยูเครนดำเนินการแลกเปลี่ยนเชลยสงครามตามข้อตกลงที่ได้จากการเจรจาแบบพบหน้ากันครั้งแรกระหว่างสองฝ่าย ในรอบ 3 ปีที่นครอิสตันบูลของตุรกี เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ในการแลกเปลี่ยนเชลยสงครามเป็นวันที่ 2 เมื่อวันเสาร์ รัสเซียและยูเครนแลกเปลี่ยนเชลยสงครามระหว่างกันฝั่งละ 307 คน หลังส่งคืนเชลยสงครามและพลเรือนชุดแรก ฝ่ายละ 390 คน เมื่อวันศุกร์ ถือเป็นการแลกเปลี่ยนเชลยสงครามครั้งใหญ่สุดนับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานเต็มรูปแบบในเดือนกุมภาพันธ์ 2022
ทั้งสองฝ่ายตกลงจะแลกเปลี่ยนนักโทษรวมฝ่ายละ 1,000 คน และคาดว่าจะมีการแลกเปลี่ยนอีกครั้งในวันอาทิตย์นี้
ด้าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ซึ่งเคยให้คำมั่นว่าจะยุติสงครามแต่ยังไม่สามารถทำได้ ได้แสดงความเห็นผ่าน “ทรูธ โซเชียล” แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ของตัวเอง โดยระบุว่า การแลกเปลี่ยนเชลยสงครามดังกล่าว “อาจนำไปสู่สิ่งที่ยิ่งใหญ่ ???” ต่อไป
ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นสัปดาห์ ประธานาธิบดีทรัมป์ต่อสายตรงถึงประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย เพื่อหารือเกี่ยวกับสงคราม และเปิดเผยในเวลาต่อมาว่า รัสเซียและยูเครนจะเริ่มต้นการเจรจาหยุดยิงในทันที
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีปูติน ระบุว่า รัสเซียยินดีทำงานร่วมกับยูเครนเพื่อจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยสนธิสัญญาสันติภาพในอนาคต แต่ยังปฏิเสธที่จะยอมรับข้อเสนอหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข เป็นเวลา 30 วัน