วันที่ 31 พ.ค. ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เกิดเหตุชายวัยประมาณ 60 ปีรายหนึ่ง จุดไฟภายในรถไฟใต้ดิน ทำให้ผู้โดยสารหลายร้อยคนต้องอพยพออกไปในอุโมงค์
เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เห็นเหตุการณ์เปิดเผยว่า ผู้ต้องสงสัยจุดไฟเผาเสื้อผ้าภายในรถไฟใต้ดินสาย 5 ซึ่งวิ่งระหว่างสถานียออีนารู (Yeouinaru) และมาโป (Mapo) เมื่อเวลา 8.47 น. ตามเวลาท้องถิ่น (06.47 น. ตามเวลาประเทศไทย) หลังจากขึ้นขบวนรถไฟมาพร้อมกับตัวจุดไฟและถังเชื้อเพลิง
ผู้โดยสารมากกว่า 400 คนต้องหลบหนีออกไปทางอุโมงค์ โดย 21 คนในจำนวนนี้ถูกส่งไปโรงพยาบาล เนื่องจากได้รับบาดเจ็บ เช่น สูดดมควันและข้อเท้าหัก แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส
ผู้โดยสารและพนักงานควบคุมรถไฟใช้ถังดับเพลิงควบคุมไฟไว้ ก่อนที่จะดับได้หมดในเวลาประมาณ 10.24 น. ตามเวลาท้องถิ่น (08.24 น. ตามเวลาประเทศไทย) เจ้าหน้าที่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ 230 นาย รวมถึงเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและตำรวจไปยังที่เกิดเหตุ
หลังก่อเหตุ ผู้ต้องสงสัยได้พยายามหลบหนี แต่ถูกตำรวจควบคุมตัวได้ใกล้กับสถานียออีนารูในเวลาประมาณ 9.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น (07.45 น. ตามเวลาประเทศไทย) โดยเบื้องต้นถูกตั้งข้อหาวางเพลิง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้รถไฟใต้ดินระหว่างสถานียออีโด (Yeouido) และเอโอเก (Aeogae) หยุดชะงักไประยะหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในเวลา 10.06 น. ตามเวลาท้องถิ่น (08.06 น. ตามเวลาประเทศไทย)
หลังจากนี้ ตำรวจวางแผนที่จะสอบปากคำผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับแรงจูงใจและดำเนินการตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง
เรียบเรียงจาก Yonhap