จากกรณีที่นายกเทศมนตรีนครลอสแอนเจลิส คาเรน บาสส์ ได้ประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่ย่านดาวน์ทาวน์ของลอสแอนเจลิส ที่เกิดการประท้วงรุนแรงต่อต้านสำนักงานตรวจคนต้านเมือง ซึ่งเป็นบริเวณไม่ใหญ่นัก โดยให้เหตุผลว่า เพื่อหยุดการสร้างความเสียหายและปล้นสะดม
หลังเคอร์ฟิวเริ่มมีผลเมื่อเวลา 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 10 มิ.ย. ตำรวจได้เคลื่อนกำลังเข้าสู่พื้นที่ใจกลางเมือง ใช้กระสุนยางพยายามสลายฝูงชน
จนเมื่อคืนวันที่ 11 มิ.ย. ตามเวลาประเทศไทย ตำรวจลอสแอนเจลิสแถลงว่า มีการจับกุมผู้คนจำนวนมาก โดยมี 203 คนถูกควบคุมตัวในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งให้สลายตัว 17 คนในข้อหาละเมิดเคอร์ฟิว 3 คนในข้อหาครอบครองอาวุธปืน และอีก 1 คนในข้อหาใช้อาวุธร้ายแรงทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จนถึงขณะนี้ มีผู้ถูกจับกุมในลอสแอนเจลิสแล้วเกือบ 400 ราย ซึ่งรวมถึงผู้อพยพผิดกฎหมาย 330 ราย และอีก 157 รายที่ถูกจับในข้อหาทำร้ายร่างกายและขัดขวางเจ้าหน้าที่ รวมถึงหนึ่งรายในข้อหาพยายามฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ล่าสุด นายกเทศมนตรีลอสแอนเจลิสกล่าวร่วมกับนายกเทศมนตรีเมืองโดยรอบกว่า 30 คน โดยโทษว่า เหตุประท้วงครั้งนี้เกิดจากปฏิบัติการตรวจคนเข้าเมืองของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งยั่วยุประชาชนด้วยการสร้างความกลัว และความตื่นตระหนก
บาสส์ยังกล่าวอีกว่า ลอสแอนเจลิสกลายเป็นส่วนหนึ่งของการทดลองระดับประเทศ เพื่อทดสอบว่ารัฐบาลกลางจะสามารถแทรกแซงและควบคุมอำนาจจากรัฐบาลท้องถิ่นได้แค่ไหน
นอกจากที่นครลอสแอนเจลิส การประท้วงในลักษณะเดียวกันกำลังเกิดขึ้นในเมืองใหญ่อื่น ๆ ของสหรัฐฯ เช่น เพนซิลเวเนีย บัลติมอร์ ชิคาโก และวอชิงตัน ดี.ซี. และคาดว่าจะมีการชุมนุมเพิ่มเติมในสัปดาห์นี้และช่วงสุดสัปดาห์