สำนักข่าว Khmer Times รายงานว่า แรงงานชาวกัมพูชาที่เดินทางกลับประเทศแสดงความโล่งใจและขอบคุณที่รัฐบาลกัมพูชาให้คำมั่นที่จะส่งเสริมโอกาสในการทำงานในท้องถิ่น ทำให้พวกเขามีความหวังในการมีรายได้ที่มั่นคงโดยไม่ต้องทิ้งครอบครัวไว้ข้างหลัง
Khmer Times ระบุว่า แรงงานชาวกัมพูชาเดินทางกลับประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเกิดจากความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้นตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย โดยเฉพาะบริเวณปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด ปราสาทตาควาย และพื้นที่ช่องบก
การปะทะกันเมื่อไม่นานนี้ รวมถึงข้อจำกัดและการปิดด่านชายแดนบางส่วนของไทย ภัยคุกคามจากการจะตัดไฟฟ้า ทำให้เกิดความกลัวและความไม่แน่นอนในหมู่แรงงานชาวกัมพูชาในไทย
แม้ว่านายกรัฐมนตรีไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จะรับรองแล้วว่า รัฐบาลไทยไม่มีแผนที่จะเนรเทศแรงงานชาวกัมพูชาในช่วงเวลาที่ตึงเครียดนี้ แต่แรงงานจำนวนมากยังคงเลือกที่จะเดินทางกลับกัมพูชาด้วยเหตุผลส่วนตัวและเหตุผลในทางปฏิบัติหลายประการ รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงและความปลอดภัยในการทำงาน
รัฐบาลกัมพูชาได้ดำเนินการอย่างแข็งขันเพื่อสร้างโอกาสในการทำงานในประเทศ โดยมุ่งหวังให้แรงงานที่กลับมาสามารถหางานที่มั่นคงภายในประเทศได้
ทีมงานของ Khmer Times ที่ประจำการอยู่ที่ด่านตรวจจังหวัดอุดรมีชัยของกัมพูชา รายงานว่า มีแรงงานที่เดินทางกลับประเทศอย่างต่อเนื่องผ่านด่านชายแดนที่พลุกพล่านแห่งนี้
สำหรับแรงงานหลายคน เช่น Yeat Sophea คำมั่นสัญญาของรัฐบาลที่จะเพิ่มโอกาสทำงานในประเทศได้จุดประกายความหวังและความสุขขึ้นมาอีกครั้ง
Sophea ซึ่งทำงานเป็นแรงงานก่อสร้างในประเทศไทยมาเป็นเวลา 6 ปี ได้เล่าให้ฟังว่า “งานไม่ได้หนักเกินไป แต่การอยู่ไกลบ้านเป็นส่วนที่ยากที่สุด ชีวิตของคนงานในต่างแดนไม่เคยง่ายเลย”
สำหรับหลาย ๆ คน ปัญหานี้ไม่ใช่แค่การหางานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโอกาสที่จะได้กลับไปหาครอบครัว พาลูก ๆ เข้านอนทุกคืน แทนที่จะต้องพึ่งพาการวิดีโอคอลจากหอพักที่คับแคบ
เมื่อถามว่าเขาไปเยี่ยมครอบครัวบ่อยแค่ไหน ใบหน้าของ Sophea ก็เศร้าลงเมื่อเขายอมรับว่าได้เจอพวกเขาแค่ 2-3 ปีครั้งเท่านั้น
“แม้ว่าผมจะมาจากจังหวัดอุดรมีชัยที่ชายแดน แต่การเดินทางไกลจากประเทศไทยเพื่อไปเยี่ยมครอบครัวมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ผมไม่มีเงินใช้จ่ายเลย เงินเดือนที่ผมได้รับแทบจะพอดีกับความต้องการพื้นฐานของครอบครัวและค่าใช้จ่ายส่วนตัวของผมเองเท่านั้น” เขาบอก
แรงงานกัมพูชาอีกรายซึ่งต้องการไม่เปิดเผยชื่อ ได้เปิดใจเกี่ยวกับความท้าทายที่เขาเผชิญขณะทำงานในประเทศไทย และความหวังของเขาสำหรับอนาคตที่ดีกว่าในกัมพูชา
เขาอธิบายว่า “ผมทำงานที่นั่นมา 2 ปี แต่สภาพแวดล้อมที่นั่นก็ลำบากมาก ชั่วโมงการทำงานยาวนาน เงินเดือนน้อย และความช่วยเหลือที่จำกัด ไม่ใช่แค่การทำงานหนักเท่านั้น การอยู่ห่างไกลจากครอบครัวทำให้ทุกอย่างยากขึ้น”
ตอนนี้เขากลับบ้านแล้ว เขาบอกว่าเขาไม่มีความตั้งใจที่จะกลับไปทำงานที่ประเทศไทย แต่เขาตั้งใจที่จะหางานทำในกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นที่พนมเปญหรือจังหวัดอื่น ซึ่งเขาสามารถสร้างชีวิตใหม่ให้ใกล้ชิดกับคนที่เขารักมากขึ้น และมีความสุขและความสงบในจิตใจมากขึ้น
เขากล่าวเสริมว่า “การได้อยู่บ้านหมายความว่าผมสามารถอยู่เคียงข้างครอบครัวได้ และนั่นสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด” คำพูดของเขาสะท้อนให้เห็นว่าการหางานทำที่บ้านไม่ใช่แค่การบรรเทาปัญหาทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่จะสร้างชีวิตใหม่ที่หยั่งรากลึกในครอบครัวอีกด้วย
รัฐบาลกัมพูชาได้ดำเนินการเชิงรุกเพื่อสร้างโอกาสการจ้างงานที่หลากหลายในภาคส่วนต่าง ๆ ในประเทศ โดยนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ประกาศว่า รัฐบาลกัมพูชาเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะรับมือกับสถานการณ์ที่แรงงานชาวกัมพูชาจำนวนมากเดินทางกลับจากประเทศไทย หลังเกิดเหตุการณ์ความตึงเครียด
“ในกรณีที่แรงงานชาวกัมพูชาจำนวนมากเดินทางกลับจากประเทศไทย ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม รัฐบาลได้เตรียมมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อจัดการและรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวไว้แล้ว” ฮุน มาเนต กล่าว
ด้านโฆษกกระทรวงแรงงานและการฝึกอบรมอาชีวศึกษา กล่าวว่า มีตำแหน่งงานรอพลเมืองกัมพูชาอยู่หลายหมื่นตำแหน่ง โดยเฉพาะแรงงานจากประเทศไทย จากประกาศของกระทรวงแรงงานกัมพูชา โดย ณ วันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา กัมพูชามีตำแหน่งงานว่างประมาณ 230,000 ตำแหน่งทั่วประเทศ
ตามข้อมูลของกระทรวงแรงงานกัมพูชา ปัจจุบันมีแรงงานชาวกัมพูชาที่อาศัยและทำงานในประเทศไทยมากกว่า 1.2 ล้านคน
เรียบเรียงจาก Khmer Times