Top-PPTV-Poll Top-PPTV-Poll

“เตีย เซ็ยฮา” เผย ไทยละเมิด MOU2543 ต่อกัมพูชาถึง 695 ครั้ง!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

รมว.กลาโหมกัมพูชาเปิดเผยว่า ไทยกล่าวหากัมพูชาละเมิด MOU2543 ทั้งที่ฝ่ายไทยเองละเมิดข้อตกลงดังกล่าวถึง 695 ครั้ง

วันที่ 20 มิ.ย. พล.อ.เตีย เซ็ยฮา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา กล่าวในพิธีรำลึกครบรอบ 48 ปี จุดเริ่มต้นการโค่นล้มเขมรแดงว่า ฝ่ายไทยละเมิดข้อตกลงความร่วมมือปี 2543 (MOU2543) ถึง 695 ครั้ง โดยมีทั้งกรณีการทำถนนและการลาดตระเวนชายแดน

พล.อ.เตีย เซ็ยฮากล่าวเน้นย้ำว่า ไทยเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงความร่วมมือปี 2543 มากกว่ากัมพูชาเสียอีก

คอนเทนต์แนะนำ
“เตีย เซ็ยฮา” โพสต์กรณีกัมพูชาหันปืนจ่อไทย ชี้ต้องหันหาศัตรู ใครจะหันปืนใส่ตัวเอง

“เตีย เซ็ยฮา” เผย ไทยละเมิด MOU2543 ต่อกัมพูชาถึง 695 ครั้ง FB/TEA Seiha/ទៀ សីហា
พล.อ.เตีย เซ็ยฮา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา

รัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชากล่าวว่า “เราได้รวบรวมเอกสารและหลักฐานทั้งหมดที่แสดงให้เห็นว่า ไทยรุกรานหรือไม่เคารพบันทึกความเข้าใจปี 2543 โดยเราพบว่าไทยละเมิดบันทึกความเข้าใจปี 2543 แล้ว 695 กรณี และยังคงมีการทำถนนและลาดตระเวนโดยไม่ได้แจ้งให้ฝ่ายกัมพูชาทราบ”

พล.อ.เตีย เซ็ยฮา ยังบอกว่า ถือเป็นเรื่องน่าขัน ที่ในการประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วม JBC ก่อนหน้านี้ ฝ่ายไทยกล่าวหาว่ากัมพูชาละเมิดบันทึกความเข้าใจปี 2543 โดยสิ่งที่ไทยกล่าวหาว่ากัมพูชาละเมิดคือเรื่องต่าง ๆ เช่น การทำไร่นาข้ามชายแดนและการร้องเพลงที่ปราสาทตาเมือนธม ในขณะที่ฝ่ายไทยเองละเมิดกัมพูชาอย่างสมบูรณ์

เขายังกล่าวถึงประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชาว่า “กัมพูชาต้องการพรมแดนแห่งมิตรภาพ ความร่วมมือ และการพัฒนาร่วมกันของทั้งสามประเทศที่ติดกัน เมื่อเราไม่สามารถหาทางออกได้ ตราบใดที่เรายังใช้แผนที่ที่แตกต่างกัน เราก็ไม่สามารถหาจุดกึ่งกลางในการแก้ไขปัญหาได้”

พล.อ.เตีย เซ็ยฮา เสริมว่า “ดังนั้น รัฐบาลกัมพูชาจึงตัดสินใจเด็ดขาดที่จะส่งประเด็นนี้ไปยังศาลยุติธรรมระหว่างประเทศเพื่อให้บุคคลที่สามสามารถตัดสินได้ เพราะหากเรายังคงใช้แผนที่ที่แตกต่างกันต่อไป ไม่ว่าจะเป็นอีก 10 ปี 100 ปี หรืออีก 1,000 ปี เราก็จะไม่สามารถแก้ไขมันได้”

รัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชาบอกว่า กระบวนการตัดสินนี้ไม่ได้หมายความว่ากัมพูชาจะได้ดินแดนแน่นอน หรือไทยจะได้ดินแดนแน่นอน อาจมีทั้งผลดีและผลเสีย อย่างไรก็ตาม เราจะได้สันติภาพและบรรลุฉันทามติ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราได้รับจากกระบวนการพิจารณาคดีของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ

พล.อ.เตีย เซ็ยฮา ยังตำหนิไทย ที่กล่าวหาว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายยิงก่อนในเหตุการณ์ที่ช่องบกเมื่อวันที่ 28 พ.ค. โดยกล่าวว่า หากทหารกัมพูชาสู้รบจะต้องสวมเครื่องแบบที่เหมาะสม แต่ศพทหารที่เสียชีวิตยังไม่ได้แต่งตัวเลย

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว รมว.กลาโหมกัมพูชาได้ติดต่อ รมว.กลาโหมของไทย และ รมว.กลาโหมของไทยแสดงความเสียใจที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ก่อนจะประชุมกันในวันต่อมา

พล.อ.เตีย เซยฮา กล่าวต่อว่า หลังจากการประชุมที่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งฝ่ายไทยเสนอให้กัมพูชาปรับกำลังทหารโดยถอนทหารออกไปเล็กน้อยเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกัน และ รมว.กลาโหมของไทยก็ได้ขอให้ รมว.กลาโหมของกัมพูชา รายงานต่อนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา แต่ก่อนที่ผลการประชุมจะไปถึงกัมพูชา หนังสือพิมพ์ไทยฉบับหนึ่งได้รายงานว่ากัมพูชาได้ตกลงที่จะถอนทหารออกไป ทำให้กัมพูชาต้องออกแถลงการณ์ตอบโต้

และเนื่องจากแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมกัมพูชาฉบับนี้เอง ทำให้ไทยประกาศปิดชายแดนและระดมกำลังทหารไปยังชายแดน

พล.อ.เตีย เซ็ยฮา กล่าวว่า “ประเทศไทยมีขีปนาวุธ มีอาวุธ ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ มีเครื่องบินขับไล่ ปืนใหญ่ เรือรบ ทั้งบนบก ในน้ำ และในอากาศ ทุกอย่าง ... กัมพูชามีอะไร? ขอแจ้งให้ทราบว่า กัมพูชาไม่มีเครื่องบินขับไล่หรือเรือรบ แต่กัมพูชามีศักยภาพในการป้องกันประเทศ”

เขายืนยันว่า กัมพูชามีปืนต่อสู้อากาศยาน ปืนต่อสู้รถถัง และปืนตามชายฝั่ง “กัมพูชายังได้ร่วมมือกับประเทศมิตรบางประเทศในการเพิ่มขีดความสามารถทางทหาร เพื่อป้องกันประเทศอย่างแท้จริง เราทำเพื่อป้องกันประเทศ ไม่ใช่ส่งเสริมอาวุธเพื่อรุกราน”

 

เรียบเรียงจาก Khmer Times

Bottom-election Bottom-election

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ