หากพูดถึงเกมและซีรีส์ชื่อดัง “The Last of Us” หลายคนต้องนึกถึงซอมบี้ในเรื่องที่บริเวณหัวและใบหน้ามีลักษณะคล้าย “เห็ด”
คอนเซปต์ดังกล่าวมีต้นแบบจาก “เชื้อราซอมบี้” ที่มีอยู่จริงบนโลก พวกมันคือเชื้อราที่เข้าไปยึดครองร่างกายของโฮสต์ ก่อนจะฆ่าโฮสต์ในที่สุด โดยเหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์ในตระกูลแมลง
เชื้อราซอมบี้ส่วนใหญ่อยู่ในตระกูล “Ophiocordycep” มีอยู่มากกว่า 600 สายพันธุ์ และพบได้ในหลายพื้นที่ทั่วโลก โดยเฉพาะในเขตร้อนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แมลงที่ติดเชื้อ Ophiocordyceps จะมีลักษณะอาการเหมือนถูกอะไรบางอย่างเข้าควบคุมความคิดและร่างกายของพวกมัน ซึ่งเหมือนกับคอนเซปต์ของซอมบี้ จากนั้นท้ายที่สุด Ophiocordyceps จะฆ่ามดด้วยการงอกเห็ดออกมาจากหัวของมัน ซึ่งเห็ดนั้นสามารถปล่อยสปอร์ที่แพร่เชื้อราไปสู่แมลงอื่น ๆ ได้ต่อไป
และล่าสุดนักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานว่า เชื้อราซอมบี้เหล่านี้มีตัวตนบนโลกตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์แล้ว!
นักวิทยาศาสตร์ได้พบก้อนอำพันอายุ 99 ล้านปี ซึ่งภายในเก็บรักษาร่างของแมลงวันโบราณไว้ โดยมีเห็ดรูปร่างคล้ายเห็ดของเชื้อราซอมบี้โผล่ออกมาจากหัวของมันอย่างน่าสะพรึงกลัว
นอกจากนี้ยังพบร่างมดโบราณที่ติดเชื้อราแบบเดียวกัน ทำให้นี่นับเป็น 2 ตัวอย่างฟอสซิลที่เก่าแก่ที่สุดของสิ่งมีชีวิตที่ติดเชื้อเชื้อราซอมบี้
จวง อวี้ฮุย นักศึกษาปริญญาเอกจากสถาบันบรรพชีวินวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยยูนนาน กล่าวว่า “อำพันนี้ทำให้เรามีโอกาสได้มองเห็นความสัมพันธ์ทางนิเวศวิทยาโบราณที่เก็บรักษาไว้ในฟอสซิล”
เขาเสริมว่า “โดยรวมแล้ว ฟอสซิลทั้งสองนี้หายากมาก อย่างน้อยก็ในบรรดาตัวอย่างอำพันนับหมื่นชิ้นที่เราพบ และมีเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้นที่รักษาความสัมพันธ์ระหว่างเชื้อราและแมลงเอาไว้ได้”
จวงและทีมวิจัยยังพบว่า เชื้อราซอมบี้ที่กัดกินแมลงวันโบราณและมดโบราณที่พบในอำพันดังกล่าวนั้นเป็นคนละสายพันธุ์กัน โดยตั้งชื่อสายพันธุ์ที่อยู่ในแมลงวันโบราณว่า Paleoophiocordyceps ironomyiae และสายพันธุ์ที่อยู่ในมดโบราณตั้งชื่อว่า Paleoophiocordyceps gerontoformicae
จวงบอกว่า “การค้นพบฟอสซิลทั้งสองชิ้นนี้บ่งบอกว่าระบบนิเวศบนบกมีความซับซ้อนมากอยู่แล้ว และเชื้อราซอมบี้อาจเริ่มทำหน้าที่เป็น “ผู้ล่าแมลง” ในยุคครีเทเชียส โดยควบคุมจำนวนประชากรของกลุ่มแมลงบางกลุ่ม”
คอนราด ลาบันเดรา นักวิทยาศาสตร์อาวุโสและภัณฑารักษ์ด้านสัตว์ขาปล้องดึกดำบรรพ์ที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติสมิธโซเนียนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในการศึกษาครั้งนี้ กล่าวว่า ในกรณีของมดช่างไม้ สปอร์ของเชื้อรา Ophiocordyceps จะตกลงบนหัวของมด เข้าสู่สมองผ่านบริเวณที่อ่อนแอในโครงภายนอกของแมลง และเข้าควบคุมมดเพื่อให้แพร่กระจายเชื้อต่อได้ง่าย
ตามที่ลาบันเดรากล่าว Paleoophiocordyceps น่าจะทำให้โฮสต์ของมันกลายเป็นซอมบี้ด้วยวิธีเดียวกัน “ดูเหมือนว่าด้วยเหตุผลบางอย่าง มดจึงตกเป็นเป้าหมายของการทำให้กลายเป็นซอมบี้ตั้งแต่ยุคแรก ๆ และปัจจุบันเป็นผู้รับเชื้อราชนิดนี้เป็นหลัก”
เขากล่าวเสริมว่า แมลงวันในปัจจุบันแทบไม่ได้รับผลกระทบจากเชื้อราซอมบี้ ทำให้ตัวอย่างฟอสซิลนี้มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ
โจอาว อาราอูโจ ภัณฑารักษ์ด้านเชื้อราและผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติเดนมาร์ก หนึ่งในทีมวิจัย กล่าวว่า เชื้อราซอมบี้ที่ติดเชื้อในมดยุคโบราณอาจเป็นบรรพบุรุษของเชื้อราซอมบี้มดในปัจจุบัน และด้วยเหตุนี้จึงน่าจะควบคุมร่างกายของโฮสต์ด้วยวิธีเดียวกัน
อย่างไรก้ตาม เชื้อราซอมบี้โบราณที่ค้นพบมีเพียงไม่กี่ตัวอย่าง ดังนั้นจึงมีข้อมูลน้อยมากเกี่ยวกับวิวัฒนาการของเชื้อราเหล่านี้
ด้าน เอ็ดมันด์ จาร์เซมโบวสกี ศาสตราจารย์และนักวิทยาศาสตร์ของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งลอนดอน หนึ่งในทีมวิจัย กล่าวว่า “เป็นเรื่องน่าสนใจที่ได้เห็นความแปลกประหลาดของโลกธรรมชาติที่เราเห็นในปัจจุบัน เคยปรากฏให้เห็นในช่วงยุคไดโนเสาร์เช่นกัน”
ฟอสซิลดังกล่าวเป็นฟอสซิลล่าสุดที่ค้นพบจากแหล่งอำพันอันอุดมสมบูรณ์ของเมียนมา
อ่านงานวิจัยฉบับเต็ม ที่นี่
เรียบเรียงจาก CNN