วันที่ 27 มิ.ย. ตำรวจเกาหลีใต้ควบคุมตัวพลเมืองสหรัฐฯ 6 คน ซึ่งพยายามนำขวดพลาสติกที่บรรจุข้าว ธนบัตรดอลลาร์ และพระคัมภีร์ไบเบิล รวมจำนวนประมาณ 1,300 ขวด ส่งไปยังเกาหลีเหนือ
เจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจอินชอนคังฮวา กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าตรู่ กลุ่มคนเหล่านี้ ซึ่งมีอายุระหว่าง 20-50 ปี ได้พยายามนำขวดเหล่านี้ลอยในทะเลที่เกาะชายแดนทางตะวันตกของเกาหลีใต้ ใกล้กับชายแดนเกาหลีเหนือ ก่อนที่จะถูกหน่วยลาดตระเวนของทหารพบเห็น
เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ทั้ง 6 คนต้องสงสัยว่าละเมิดกฎหมายภัยพิบัติและความปลอดภัยของประเทศ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวถูกกำหนดให้เป็น “พื้นที่เสี่ยง” ซึ่งจำกัดไม่ให้ประชาชนเข้า และห้ามทำกิจกรรมที่ถือว่าเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย ซึ่งรวมถึงการส่งของต่าง ๆ ข้ามไปยังเกาหลีเหนือ
“เรากำลังสอบสวนพวกเขาผ่านล่าม และจะตัดสินใจภายใน 48 ชั่วโมงว่าจะปล่อยตัวพวกเขาหรือไม่” เจ้าหน้าที่กล่าว
นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อต้นเดือน มิ.ย. ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ-มยอง ให้คำมั่นว่า จะปรับปรุงความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากความตึงเครียดระหว่างสองประเทศพุ่งสูงขึ้น
อี แจ-มยองได้ระงับการออกอากาศต่อต้านเกาหลีเหนือผ่านทางเครื่องขยายเสียงที่ชายแดน และขอให้นักเคลื่อนไหวในเกาหลีใต้หยุดการปล่อยบอลลูนที่บรรจุแผ่นพับวิจารณ์ผู้นำเกาหลีเหนือ เพื่อป้องกันไม่ให้ความสัมพันธ์ตึงเครียด
ทั้งนี้ นักเคลื่อนไหว ซึ่งมักเป็นผู้แปรพักตร์ที่หลบหนีออกจากเกาหลีเหนือและสมาชิกกลุ่มคริสเตียน บางครั้งก็พยายามส่งสิ่งของ เช่น พระคัมภีร์ไบเบิลและแฟลชไดรฟ์ USB ที่บรรจุละครโทรทัศน์ของเกาหลีใต้ ใส่ในขวดพลาสติกแล้วส่งไปทางทะเล
เกาหลีเหนือเรียกนักเคลื่อนไหวเหล่านี้ว่าเป็น “ขยะ” และตอบโต้เมื่อปีที่แล้วด้วยการปล่อยบอลลูนที่เต็มไปด้วยขยะเข้าไปในเกาหลีใต้ และออกอากาศการต่อต้านเกาหลีใต้ดังไปทั่วชายแดน
ผู้อยู่อาศัยใกล้ชายแดนกล่าวว่า การกระทำของกลุ่มนักเคลื่อนไหวทำให้พวกเขาตกอยู่ในความเสี่ยง ส่งผลให้พื้นที่ชายแดนบางแห่งในเกาหลีใต้ รวมทั้งเกาะคังฮวา ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่เสี่ยงตั้งแต่ พ.ย. ปีที่แล้ว