ทำเนียบขาวรายงานว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัล์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร ซึ่งมอบหมายให้รัฐมนตรีต่างประเทศทบทวนการระบุว่าซีเรียเป็นรัฐที่สนับสนุนการก่อการร้าย
รวมถึงการขึ้นบัญชีก่อการร้ายต่อกลุ่มฮายัต ทาห์รีร์ อัล-ชาม (Hayat Tahrir al-Sham) ซึ่งเป็นกลุ่มกบฏที่โค่นล้มรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีซีเรียบาชาร์ อัล-อัสซาด เมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว และเคยเป็นเครือข่ายอัลกออิดะห์ในซีเรีย
นับตั้งแต่อัสซาดถูกโค่นล้ม ซีเรียได้ดำเนินขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อฟื้นความสัมพันธ์กับต่างประเทศอีกครั้ง
ทั้งนี้ แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่า สหรัฐฯ จะยังคงมาตรการคว่ำบาตรต่ออดีตประธานาธิบดีอัสซาด ผู้เกี่ยวข้อง ผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชน ผู้ค้ายาเสพติด ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมอาวุธเคมี เครือข่ายกลุ่มไอเอสและตัวแทนของอิหร่านต่อไป
ทำเนียบขาวระบุด้วยว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะติดตามความคืบหน้าของซีเรียในประเด็นสำคัญต่อไป เช่น การดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อปรับความสัมพันธ์กับอิสราเอลสู่ระดับปกติ การแก้ปัญหาผู้ก่อการร้ายต่างชาติ การเนรเทศผู้ก่อการร้ายชาวปาเลสไตน์ และการแบนกลุ่มก่อการร้ายปาเลสไตน์
ด้าน อาซาด อัล-ชิบานี รัฐมนตรีต่างประเทศซีเรีย ระบุว่า การยุติโครงการคว่ำบาตรซีเรียของทรัมป์ จะเปิดประตูสู่การฟื้นฟูและพัฒนาที่รอคอยมานาน รวมถึงกำจัดอุปสรรคต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจและเปิดประเทศสู่ประชาคมโลก
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังประธานาธิบดีซีเรีย อาเหม็ด อัล-ชารา และทรัมป์ พบกันที่กรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย เมื่อเดือน พ.ค.
ทั้งนี้ การที่ทรัมป์ประกาศว่าจะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่อซีเรียเป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิด ถือเป็นการเปลี่ยนนโยบายครั้งสำคัญ และทำให้วอชิงตันผ่อนคลายมาตรการของตัวเองอย่างมาก
สมาชิกสภาคองเกรสหลายคนกำลังผลักดันให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด ขณะที่ยุโรปเองก็ประกาศยุติการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัฐบาลซีเรียเช่นกัน