เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา ที่เมืองลาฮอร์ ทางตะวันออกของประเทศปากีสถาน เกิดเหตุที่สร้างความระทึกขวัญ หลัง “สิงโต” หลุดออกมาจากบ้านหลังหนึ่ง แล้วพุ่งตรงไปทำร้ายชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้นจนได้รับบาดเจ็บ 3 คน
ภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นวินาทีที่สิงโตปีนข้ามกำแพงบ้านออกมาบนถนนเล็ก ๆ ข้างบ้าน แล้วกระโจนไปหาผู้คนที่อยู่ใกล้ ๆ โดยทำร้ายผู้หญิงคนหนึ่ง และลูกของเธออีก 2 คน วัย 5 ขวบและ 7 ขวบจนได้รับบาดเจ็บ
ไฟซาล คามราน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า ผู้หญิงคนดังกล่าวและลูกๆ ของเธอได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าและแขน แต่ขณะนี้อาการคงที่แล้ว
ผู้คนส่วนใหญ่ที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างพากันตกใจ บ้างวิ่งหนีเพื่อความปลอดภัย และบางส่วนวิ่งเข้าไปเพื่อพยายามช่วยแม่ลูกที่ถูกทำร้าย
ตามรายงานของตำรวจ พ่อของเด็กบอกกับตำรวจว่า เจ้าของสิงโตยืนดูอยู่เฉย ๆ ขณะที่สิงโตข่วนครอบครัวของเขาโดยไม่พยายามจะรั้งหรือห้ามมันไว้
ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ได้ทำการจับกุมเจ้าของสิงโตตัวดังกล่าวแล้ว ฐานเลี้ยงสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตและประมาทเลินเล่อจนมันหลบหนีไป ส่วนสิงโตตัวดังกล่าวถูกจับและนำไปไว้ที่สวนสัตว์
การเลี้ยงสัตว์แปลก ๆ เช่น สิงโต ถือเป็นสัญลักษณ์แสดงสถานะในหมู่ชาวปากีสถานที่ร่ำรวยบางคน แม้จะมีข้อกำหนดทางกฎหมายและค่าธรรมเนียมการเป็นเจ้าของที่สูงก็ตาม
ในปากีสถาน สามารถเลี้ยงสิงโต เสือชีตาห์ เสือพูมา และเสือจากัวร์ได้โดยถูกกฎหมาย แต่ต้องขึ้นทะเบียนและจ่ายค่าธรรมเนียมครั้งเดียว 50,000 รูปี (ราว 5,700 บาท) ต่อตัว
อย่างไรก็ตาม สัตว์ในกลุ่มแมวใหญ่ดังกล่าวจะต้องได้รับการเลี้ยงไว้ภายนอกเขตเมือง แต่เมืองลาฮอร์ ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดปัญจาบ เป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ของปากีสถาน ซึ่งถือว่าผิดกฎ
ไม่กี่วันหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ในปัญจาบได้เริ่มปราบปรามการครอบครองสัตว์ป่าผิดกฎหมาย โดยสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 5 คน และสามารถยึดสิงโตได้ถึง 13 ตัว
เรียบเรียงจาก Associated Press / BBC